7 สิ่งที่เราเรียนรู้หลังความพ่ายแพ้ของ หงส์แดง UCL

ดูบอลสดผ่านมือถือ  7 สิ่งที่เราเรียนรู้หลังความพ่ายแพ้ของ หงส์แดง ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

7. สถิติหลังเกมSrdjan Stevanovic/GettyImages

ลิเวอร์พูล พบกับความพ่ายแพ้ในเกมเยือนศึก แชมเปี้ยนส์ลีก 3 นัดติดต่อกันเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

เรดสตาร์ เบลเกรด ทำสถิติเอาชนะ ลิเวอร์พูล ในการเล่นเป็นเจ้าบ้านได้ 2 ครั้งจากการพบกัน 2 นัด โดยครั้งแรกเกิดขึ้นในปี 1973 ในสมัยที่ยังใช้ชื่อ ยูโรเปี้ยน คัพ กับผลสกอร์ 2-1

โอกาสยิงตรงกรอบครั้งแรกของ หงส์แดง ในเกมนี้เกิดขึ้นในนาทีที่ 71 โดยก่อนหน้านี้พวกเขาไม่สามารถยิงตรงกรอบได้เลยในเกมเยือน นาโปลี

6. เสียงปรบมือหลังจบเกมไม่เพียงพอสำหรับกองเชียร์Srdjan Stevanovic/GettyImagesเมื่อนับรวมผลการแข่งขันถ้วยยุโรปที่ ลิเวอร์พูล เล่นนอก แอนฟิลด์ ตั้งแต่ฤดูกาลก่อ

ดูบอลสดผ่านมือถือ จนถึงฤดูกาลนี้ หงส์แดง ภายใต้การคุมทีมของ เยอร์เก้น คล็อปป์ เพิ่งเก็บชัยชนะได้เพียง 4 จากทั้งหมด 9 เกมและพ่ายแพ้ไปถึง 4 นัดและเมื่อกวาดสายตาดูจากโปรแกรมการแข่งขัน พวกเขาต้องออกไปเยือน ปารีส แซ็งต์-แชร์กแมง เป็นเกมถัดไป ซึ่งเสียงปรบมือจากนักเตะให้กับแฟนบอลที่ตามออกไปเชียร์ดูท่าจะไม่เพียงพอเสียแล้ว

5. บรรยากาศในสนามที่ข่มขวัญสุดๆANDREJ ISAKOVIC/GettyImagesเป็นมุมที่น่าตื่นเต้นทุกครั้งเมื่อกล้องแพนไปบนสแตนด์ที่ซึ่งกองเชียร์เจ้าถิ่นทั่วทั้งสนามยืนให้กำลังใจทีมรักของพวกเขาตลอดทั้ง 90 นาที 

บางมุมบนอัฒจันทร์ยังแสดงให้เห็นกล้องที่สั่นไหวจากการกระโดดเชียร์ข่มขวัญคู่ต่อสู้อย่างรุนแรง เรียกได้ว่าพวกเขาเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญที่ช่วยให้ทีมสร้างประวัติศาสตร์สำเร็จในเกมนี้

4. โอกาสที่หลุดลอยของ แดเนียล สเตอร์ริดจ์PressFocus/MB Media/GettyImagesหลังจากที่ต้องจบซีซันก่อนหน้านี้ด้วยสัญญายืมตัวสู่ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน และออกสตาร์ทฤดูกาล 2018/19 ด้วยการรับบทบาทซูเปอร์ซับเสียส่วนใหญ่ ก่อนที่เจ้าตัวจะได้โอกาสลงเล่นเป็นหนึ่งใน 11 คนแรกในเกมนี้

ทว่าดาวยิงชาว อังกฤษ กลับคว้าน้ำเหลวในการฉกฉวยโอกาสดังกล่าวเมื่อซัดจ่อๆ ในกรอบ 6 หลาข้ามคานออกไปอย่างไม่น่าเชื่อ ก่อนที่ สเตอร์ริดจ์ จะถูกเปลี่ยนตัวออกตั้งแต่หลังพักครึ่งด้วยสถิติยิง 3 ครั้งหลุดกรอบทั้งหมด

3. จังหวะที่หายไปของ อดัม ลัลลานาPEDJA MILOSAVLJEVIC/GettyImagesหลังจากที่หายจากอาการบาดเจ็บกลับมา มิดฟิลด์ชาว อังกฤษ รายนี้ก็ไม่ใช่แข้งตัวหลักของทีมอีกต่อไปเมื่อเจ้าตัวเพิ่งลงเล่นไปเพียง 5 นัดเท่านั้นในฤดูกาลนี้โดย 2 ในนั้นเป็นการลงเล่นในเกมยุโรป ซึ่งในเกมนี้ก็ดูเหมือนว่าฟอร์มของเจ้าตัวยังห่างไกลจากเดิมอยู่มากโข

ลัลลานา ไม่สามารถสร้างสรรค์เกมในแดนกลางได้เลยและยังเป็นจุดอ่อนของทีมเมื่อผ่านบอลสำเร็จเพียง 23 จาก 35 ครั้งเท่านั้น คิดเป็น 66 เปอร์เซ็นต์ (ไวนัลดุม 92 เปอร์เซ็นต์, มิลเนอร์ 97 เปอร์เซ็นต์)

2. มิลาน พาฟคอฟ สร้างประวัติศาสตร์Srdjan Stevanovic/GettyImagesพาฟคอฟ เป็นผู้เหมาคนเดียว 2 ประตูในเกมนี้พา เรดสตาร์ คว่ำยักษ์ใหญ่จาก อังกฤษ สำเร็จ โดยประตูแรกของเขานับเป็นประตูแรกของทีมในรอบ 26 ปีที่ทีมทำได้ในเกมหย้าศึก ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก นับตั้งแต่ที่ ซินิซา มิไฮโลวิช ยิงให้กับ เรดสตาร์ ในเกมที่แพ้ ซามพ์โดเรีย 3-1 เมื่อปี 1992

1. การเข้ารอบไม่การันตีPEDJA MILOSAVLJEVIC/GettyImagesความพ่ายแพ้ต่อทีมบ๊วยของกลุ่มทำให้โอกาสในการผ่านเข้ารอบยังเปิดกว้างสำหรับทุกทีม ซึ่งนั่นหมายความว่า หงส์แดง ไม่ได้มีภาษีที่ดีที่สุดในกลุ่มในการผ่านเข้ารอบอีกต่อไป

       นอกจากนี้ 2 เกมที่เหลือของ เร้ดแมชีน ยังเป็นการบุกไปเยือน ปารีส แซ็งต์-แชร์กแมง ในเกมต่อไป ตามด้วยการเปิดบ้านรับการมาเยือนของ นาโปลี เป็นนัดปิดท้าย ซึ่งไม่ใช่งานง่ายเลยสำหรับตัวแทนจาก พรีเมียร์ลีก

จอห์น โฮลดิง นักธุรกิจชาวเมืองลิเวอร์พูลได้เช่าพื้นที่บริเวณ แอนฟีลด์ โรด เพื่อใช้สร้างสนามฟุตบอล และเมื่อสร้างเสร็จได้ให้เอฟเวอร์ตัน เช่าเป็นสนามแข่งขันฟุตบอล และเมื่อทีมเอฟเวอร์ตันได้เข้าสู่สมาชิกฟุตบอลลีก จอห์น โฮลดิง พยายามจะเข้าไปบริหารงานในทีมเอฟเวอร์ตันและได้เพิ่มค่าเช่าสนามที่ทีมฟุตบอลได้เช่าอยู่ใน ฝ่ายกลุ่มผู้บริหารของ

เอฟเวอร์ตันจึงยกเลิกสัญญาเช่าสนามฟุตบอล และทีมเอฟเวอร์ตันได้ย้ายสนามไปอีกฝากของสวนสาธารณะสแตนลีย์พาร์ก เพื่อไปสร้างสนามเป็นของตัวเองโดยใช้ชื่อสนามว่า กูดิสันพาร์รูปปั้น บิลล์ แชงคลี ด้านนอก แอนฟีลด์ โดยแชงคลีพาทีมเลื่อนชั้นและคว้าแชมป์ดิวิชันหนึ่งได้สำเร็จตั้งแต่ปี ค.ศ. 1947

หลังจากที่สโมสรลิเวอร์พูลก่อตั้งได้ไม่นาน ได้จัดการแข่งขัดนัดอุ่นเครื่อง ซึ่งเป็นการลงสนามนัดแรกของทีมลิเวอร์พูลกับทีมร็อตเตอร์แฮม ซึ่งผลการแข่งขันปรากฏว่า ทีมลิเวอร์พูลชนะไปด้วยผลการแข่งขัน 7-1 และลิเวอร์พูล ได้ลงแข่งขันฟุตบอลลีกของแคว้น แลงคาเชียร์ ปรากฏว่าลิเวอร์พูลลงแข่งทั้งหมด 22 นัด ชนะ 17 นัด และได้แชมป์ไปครอง ส่งผลให้

ทางสโมสรสามารถสมัครเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลลีกซึ่งได้รับการยอมรับและถูกคัดเลือกให้ลงเล่นในดีวิชั่น 2 ในฤดูกาล 1893-1894 สโมสรจึงได้เลือกสัญลักษณ์ของทีมเป็น นกลิเวอร์เบิร์ด (Liverbird) ซึ่งเป็นนกแถบทะเลไอริช บริเวณแม่น้ำเมอร์ซีย์ โดยที่ปากนกคาบใบไม้ไว้ ทีมลิเวอร์พูลได้ลงทำการแข่งขันอย่างเป็นทางในฟุตบอลลีก ดิวิชั่น 2 ในวันที่ 2

กันยายน ค.ศ. 1893 โดยทีมลิเวอร์พูลออกไปเยือนทีมมิดเดิลสโบรห์ และทีมลิเวอร์พูลสามารถได้แชมป์มาครองโดยที่ไม่แพ้ทีมใดเลยตลอดทั้งฤดูกาล (ทั้งหมด 28 นัด) แต่การคว้าแชมป์ลีกดิวิชั่น 2 ในตอนนั้นยังไม่ได้เลื่อนชั้นโดยทันที ต้องไปแข่งนัดชิงดำกับทีมอันดับสองก่อน โดยทีมอันดับสองในขณะนั้นคือ ทีมนิวตัน ฮีธ (ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปัจจุบัน) และลงแข่งขันที่สนามของทีมแบล็คเบิร์น ซึ่งทีมลิเวอร์พูลเอาชนะทีมนิวตัน ฮีธไปด้วยผล 2-0 และได้เลื่อนชั้นสู่ดิวิชั่น 1 ในที่สุด

สโมสรลิเวอร์พูลก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2435 และก้าวขึ้นมาเป็นสโมสรแนวหน้าของอังกฤษอย่างรวดเร็วจนประสบความสำเร็จเป็นแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศครั้งแรกในปี พ.ศ. 2444 (ฤดูกาล 1900/01) และครั้งที่สองในปี พ.ศ. 2449 (ฤดูกาล 1905/06) ครั้งที่ 3 และ 4 เป็นแชมป์สองฤดูกาลติดใน พ.ศ. 2465 กับ พ.ศ. 2466 (ฤดูกาล 1921/22 กับ 1922/23) ชมป์ลีกสูงสุดครั้งที่ 5 คือปี พ.ศ. 2490 (ฤดูกาล 1946/47) อย่างไรก็ตามลิเวอร์พูลพบกับช่วงตกต่ำต้องไปเล่นในในดิวิชัน 2 ใน พ.ศ. 2497 (ฤดูกาล 1953/54) ภายหลังจึงได้เกิด

 

สมัครสมาชิก ได้ที่นี่ คลิกเลย!!

UFABET369

ufabet369

https://microsym.com