‘โรเบิร์ตสัน’เผยก่อนนำ’ลิเวอร์พูล’เยือน ‘เซอร์เวนา’ แบ่งกลุ่ม ชปล.

“แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน” ฟูลแบ็ก “ลิเวอร์พูล” ออกมาเปิดใจก่อนนำทีมบุกไปเยือน “เซอร์เวนา ซเวซดา” ในศึก ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 2018-19 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มซี นัดที่ 4

ดูบอลสด สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 6 พ.ย. ว่า แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้ายของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ทีมดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกมาเปิดใจก่อนนำทีมบุกไปเยือน เซอร์เวนา ซเวซดา ในศึก ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 2018-19 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มซี นัดที่ 4 ในค่ำคืนนี้ เวลา 00.55 น. ตามเวลาประเทศไทย

ดูบอลสด  เป็นที่เข้าใจกันว่า “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล รั้งจ่าฝูงของกลุ่มซี จากการชนะ 2 แพ้ 1 มีอยู่ 6 คะแนน ขณะที่เจ้าถิ่น เซอร์เวนา ซเวซดา เก็บได้เพียงแต้มเดียวจากการเสมอ 1 นัดรั้งอันดับบ๊วยของกลุ่ม

ล่าสุด แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ออกมากล่าวก่อนเกมว่า “เราทำได้ดีในเกมนัดก่อนที่บ้านของเรา แต่ทว่าในเกมนี้จะแตกต่างเมื่อต้องบุกไปเยือนพวกเขา (เซอร์เวนา ซเวซดา) เราคาดหวังว่านี่จะเป็นอีกหนึ่งบรรยากาศที่พิเศษของเรา เราเคยเห็นวิดีโอของแฟนๆ ที่นั่น ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งสนามที่พิเศษเลย แต่ทว่าเราต้องการคว้า 3 คะแนนกลับออกมาให้ได้ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้ารอบต่อไป”

จากดินสู่ดาว! แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน จากนักเตะที่ตัวเล็กไป สู่การเป็นคนสำคัญของทัพหงส์แดง

นี่คือเรื่องราวที่เป็นเหมือนเทพนิยายของแบ็คซ้ายจากดิวิชั่น 3 ของสก็อตแลนด์ แต่ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ และการปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว ก็ทำให้เขาก้าวขึ้นมาเป็นแบ็คซ้ายตัวจริงของหนึ่งในทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในอังกฤษอย่างลิเวอร์พูล

“ด้วยความสัตย์จริงเลยนะ พวกเขาไม่ใช่ทีมที่ดีหรอก แต่มีนักเตะอยู่คนหนึ่ง ที่จะก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะที่ดี ดีแบบโคตรๆ และคนนั้นก็คือโรเบิร์ตสัน”นี่คือสิ่งที่ฮาเต็ม เบน อาร์ฟา กล่าวไว้ตอนที่เขาลงเล่นให้กับฮัลล์ เมื่อฤดูกาล 2014/15 แม้ดาวเตะจอมทักษะชาวฝรั่งเศสรายนี้จะทำผลงานในถิ่นเคซี สเตเดี้ยม ได้ไม่ดีนัก แต่กับการคาดเดาพัฒนาการของโรเบิร์ตสันแล้ว เขาทำนายได้แม่นยำจริงๆ

เบน อาร์ฟา ถือเป็นนักเตะที่มีพรสวรรค์ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับทวีป เขาเคยเล่นให้กับลียง, มาร์กเซย, นิวคาสเซิล, นีซ, เปแอสเช และปัจจุบันกำลังลงเล่นให้กับแรนส์ และการที่เขาพูดถึงดาวรุ่งคนหนึ่งแบบนี้ ก็ทำให้ดาวรุ่งคนนั้นได้รับความสนใจมากขึ้นอย่างช่วยไม่ได้

โรเบิร์ตสันไม่เหมือนกับเบน อาร์ฟา เพราะดาวเตะเฟรนซ์แมนรายนี้ได้เข้าร่วมฝึกกับแกลร์ฟองแตง อคาเดมี่ชั้นนำที่ผลิตนักเตะชั้นยอดให้กับทีมชาติฝรั่งเศสมายาวนาน ส่วนแบ็คซ้ายชาวสก็อตติชรายนี้มีเส้นทางที่ไม่ง่ายนักในวัยเด็ก เขาถูกเซลติคปล่อยตัวออกมาตอนอายุ 15 เนื่องจากตัวเล็กเกินไป แต่นั่นก็เป็นแรงกระตุ้นชั้นดีให้โรเบิร์ตสันพัฒนาตัวเอง เจ้าตัวย้ายไปอยู่กับทีมเล็กๆ อย่างควีนส์ปาร์ค เอฟซี ตามด้วยดันดี ยูไนเต็ด และย้ายมาเล่นที่อังกฤษกับฮัลล์ ด้วยค่าตัว 2.85 ล้านปอนด์

จากลาร์กสสู่ลิเวอร์พูล

“ในตอนนั้นแอนดี้บอกว่า ‘ผมจะพิสูจน์ให้เห็นว่าคุณคิดผิด’ เขาลงเล่นในเกมอุ่นเครื่องที่ลาร์กส และผมก็ไม่คิดว่าเขาจะไปจากทีมเรา จนกระทั่งเขาจากเราไป” การ์ดเนอร์ สเปียส์ อดีตกุนซือของควีนส์ปาร์ค ย้อนความหลังให้ฟังกับเดอะ เทเลกราฟ

“ฟอร์มการเล่นของแอนดี้บอกให้เรารู้ว่าเราไม่ควรปล่อยเขาไป แม้เขาจะยังหนุ่ม แต่คุณจะเห็นทัศนคติ ความมุ่งมั่น และความสามารถที่ออกมาจากเขาได้ และในฤดูกาลเดียวกัน (2012/13) เขาก็ได้รับโอกาสลงเล่นให้กับทีมชุดใหญ่”

ดูเหมือนว่าความมุ่งมั่นจะพาโรเบิร์ตสันมาไกลจากจุดเดิมมาก เขาได้มาเล่นในพรีเมียร์ลีกในปี 2014 ก่อนจะทำผลงานจนกลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่เจอร์เกน คล็อปป์ จะเซ็นสัญญาร่วมกับลิเวอร์พูล แม้เขาจะเป็นเพียงตัวเลือกรองของเบน ชิลเวลล์ แบ็คซ้ายดาวรุ่งของเลสเตอร์ ที่บอกปัดการร่วมทัพหงส์แดงด้วยการขยายสัญญากับทัพจิ้งจอกในปี 2016

โรเบิร์ตสันได้ย้ายมาร่วมทีมลิเวอร์พูลในปี 2017 ด้วยค่าตัว 8 ล้านปอนด์ และเขาต้องรอโอกาสก่อนในตอนย้ายมาร่วมทีมใหม่ๆ โดยแบ็คซ้ายรายนี้เคยบอกกับโฟร์โฟร์ทูว่า มันเป็นสถานการณ์ใหม่สำหรับเขา แต่ก็ไม่มีปัญหาใดๆ ในการจัดการเรื่องนี้ และด้วยสปิริตกับความกระหายในการลงเล่นของเด็กหนุ่มจากกลาสโกว์รายนี้ ก็ทำให้เขาก้าวมายึดตำแหน่งตัวจริงได้สำเร็จ และตอนนี้กัปตันทีมชาติสก็อตแลนด์ก็ถือเป็นหนึ่งในนักเตะที่สำคัญที่สุดของเจอร์เกน คล็อปป์

“มันแสดงให้เห็นถึงทัศนคติและความแข็งแกร่งทางจิตใจของเขา ซึ่งมาจากความฝันที่จะได้ลงเล่นในการแข่งขันระดับสูงของตัวเอง” คล็อปป์อธิบาย เมื่อตอนที่โรเบิร์ตสันได้รับโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงแค่เพียง 4 เกม จาก 24 เกม ในช่วง 5 เดือนแรกที่ย้ายมาอยู่ในชายคาแอนฟิลด์

“ร็อบโบ้(ชื่อเล่นโรเบิร์ตสัน) และคนอื่นๆ ที่อยู่ในตำแหน่งนี้ มีความสำคัญต่อความสำเร็จที่เราต้องการพอๆ กับคนอื่นที่อยู่ในห้องแต่งตัว หากไม่มีพวกเขา ไม่มีความปรารถนาหรือความกระหายในการแข่งขันและการมีส่วนร่วมกับทีม ทีมเราก็จะไม่ประสบความสำเร็จอะไรเลย แต่การมีพวกเขา รวมถึงการตระหนักว่าพวกเขามีความสำคัญและคุณค่าต่อทีม ก็จะทำให้ทีมเราแข็งแกร่ง”

จนกระทั่งเดือนธันวาคม 2017 โรเบิร์ตสันก็ก้าวขึ้นมาเป็นคนสำคัญในแผนการเล่นของคล็อปป์ การปรับตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปช่วยให้เขาซึมซับระบบการเล่นอันดุดันของกุนซือชาวเยอรมันได้เป็นอย่างดี รวมถึงปรับตัวให้เข้ากับกลุ่มผู้เล่นที่มีความทะเยอทะยานสูง โรเบิร์ตสันได้ลงเล่นเป็นตัวสนับสนุนการเล่นเกมรุกทางกราบซ้ายร่วมกับซาดิโอ มาเน่ และฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ที่ย้ายไปอยู่กับบาร์เซโลน่าในตลาดหน้าหนาวฤดูกาลดังกล่าว

ในช่วงแรก ดูเหมือนคูตินโญ่จะยังไม่ไว้วางใจแบ็คซ้ายชาวสก็อตติชนัก เขาไม่ค่อยผ่านบอลให้โรเบิร์ตสันแม้จะวิ่งเติมเกมขึ้นมาได้สวย  แต่ทุกสิ่งก็เปลี่ยนไป หลังจากแบ็คซ้ายวัย 24 ปี ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในเกมชนะบอร์นมัธ 4-0 ทั้งคู่ประสานงานกันได้ดี ป่วนเกมรับคู่แข่งได้เยี่ยม และการประสานงานของทั้งสองคนยังเป็นจุดกำเนิดประตูแรกของเกมที่เกิดจากฝีเท้าของคูตินโญ่ด้วย

หลังจากเกมนั้น ทั้งสองคนได้ลงเล่นร่วมกันอีก 3 เกม ก่อนที่เพลย์เมคเกอร์ชาวบราซิลจะย้ายไปอยู่กับบาร์เซโลน่า และความล้มเหลวในการเจรจาคว้าตัวนาบี เกอิต้า ตอนนั้น ก็ทำให้การเล่นของมาเน่มีความสำคัญต่อทีมมากขึ้น เพราะเจ้าตัวต้องสร้างสรรค์เกมให้กับทีม รวมถึงคอยลากเลื้อยป่วนคู่ต่อสู้ด้วย และนั่นก็ทำให้ดาวเตะชาวเซเนกัลต้องหุบเข้ามาเล่นตรงกลางมากขึ้น บ่อยครั้งเขาเป็นเหมือนกับเพลย์เมคเกอร์ของทีม

มาเน่ยังคงทำผลงานได้ดีแม้ต้องรับบทบาทที่มีความสำคัญมากขึ้น และเหตุผลที่ปีกผิวสีทำแบบนั้นได้ ก็เพราะคล็อปป์เชื่อใจในโรเบิร์ตสัน ซึ่งเป็นนักเตะที่มีความครบเครื่อง ในระบบการเล่นของลิเวอร์พูลที่เน้นเกมรุก ตำแหน่งฟูลแบ็คถือเป็นตำแหน่งที่สำคัญมาก ทั้งโรเบิร์ตสันและอเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ กลายเป็นนักเตะที่ได้สัมผัสบอลมากกว่าทุกคนในทีม

ในเกมเปิดหัว 4 นัดแรกในลีกฤดูกาลนี้ โรเบิร์ตสันก็สร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมได้แล้ว 10 ครั้ง เจ้าตัวสร้างโอกาสให้เพื่อนได้เท่ากับนักเตะชั้นนำของลีกอย่างเอเดน อาซาร์ และเซร์จิโอ อเกวโร่ และมีแค่ดาบิด ซิลบา และโมฮาเหม็ด ซาลาห์ เท่านั้น ที่สร้างโอกาสให้เพื่อนได้มากกว่าเขา (13 ครั้ง)

นอกจากนี้โรเบิร์ตสันยังทำแอสซิสต์ให้ทัพหงส์แดงได้มากที่สุดในช่วงพรีซีซั่น (4 ครั้ง) และทำได้ 2 ครั้งแล้ว ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ รวมถึงการทำ ‘ฮอกกี้แอสซิสต์’ (การจ่ายบอลให้เพื่อนทำแอสซิสต์) ได้อีก 1 ครั้ง นั่นเท่ากับว่าเขามีส่วนร่วมกับประตูของทีมไปแล้ว 7 ลูก จากการลงเล่น 15 เกม หากนับตั้งแต่ช่วงเริ่มพรีซีซั่น

จากนักเตะที่ต้องพัฒนา สู่นักเตะที่ทีมขาดไม่ได้

นอกจากการเติมเกมขึ้นลงได้ตลอด การเปิดบอลที่แม่นยำ และการผ่านบอลจังหวะเดียวได้อย่างยอดเยี่ยมแล้ว โรเบิร์ตสันยังเล่นเกมรับได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งนั่นช่วยให้เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ต เล่นได้ง่ายขึ้น การเล่นเกมรับของแบ็คซ้ายรายนี้พัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัดนับตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับลิเวอร์พูล ก่อนหน้านี้คล็อปป์เคยอธิบายถึงความสามารถที่ยังไม่ดีพอของโรเบิร์ตสันว่า “ทำไมสโมสรกว่า 500 แห่ง ถึงไม่เคยคิดจะพูดถึงเขาเลย” ดูเหมือนการที่อดีตกุนซือดอร์ทมุนด์รู้ว่าตัวเองควรพูดอะไรตอนไหนกับนักเตะ จะมีส่วนช่วยให้อดีตฟูลแบ็คของฮัลล์พัฒนาตัวเองจนกลายมาเป็นหนึ่งในทีเด็ดของทีมได้

ระบบการเล่นของลิเวอร์พูลเน้นการเพรสซิ่งจนคู่แข่งเล่นลำบาก และเมื่อพวกเขาตัดบอลได้ โรเบิร์ตสัน, เกอิต้า, ซาลาห์, มาเน่ และฟีร์มิโน่ ก็จะวิ่งเติมขึ้นหน้ากันอย่างรวดเร็วราวกับฉลามที่ได้กลิ่นเลือด

ด้วยวัย 24 ปี ทำให้โรเบิร์ตสันสามารถสถาปนาตัวเองเป็นนักเตะคนสำคัญในถิ่นแอนฟิลด์ได้อีกหลายปี และเรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะฟอร์มการเล่นในสนามเท่านั้น แต่มันเกิดขึ้นเพราะความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันระหว่างเขากับสโมสรด้วย

โรเบิร์ตสันมักจะบริจาคสิ่งต่างๆ ให้ธนาคารอาหารเสมอ และนี่ก็ถือเป็นการกระทำที่น่ายกย่องมาก สำหรับเมืองที่เต็มไปด้วยคนชนชั้นกลางอย่างลิเวอร์พูล และนี่ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับเขา ย้อนไปเมื่อวันเกิดตอนอายุ 21 ปี ของเจ้าตัว กัปตันทีมชาติสก็อตแลนด์ก็ชวนเพื่อนและครอบครัวบริจาคเงินให้กับธนาคารอาหาร “ถ้าใครต้องการจะซื้อว็อดก้าให้ผมสักขวด ผมก็จะบอกให้พวกเขาบริจาคเป็นเงิน 20 ปอนด์แทนดีกว่า” โรเบิร์ตสันบอกกับเดอะ การ์เดี้ยน สื่อเจ้าดังในอังกฤษ เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

และก่อนหน้านี้ในเดือนมีนาคม เขาเพิ่งจะมอบเสื้อแข่งของตัวเอง และโรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่พร้อมกับลายเซ็นให้กับอัลฟี่ แรดฟอร์ด เด็กน้อยที่บริจาคเงินให้กับธนาคารอาหาร แม้ตัวเองจะมีฐานะไม่ค่อยดีนักก็ตาม การกระทำดังกล่าวช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ที่เหมาะสมกับความเป็นลิเวอร์พูลได้ดีอีกด้วย

โรเบิร์ตสันเพิ่งจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกัปตันทีมชาติสก็อตแลนด์เมื่อสัปดาห์ก่อน และคล็อปป์ก็ออกมากล่าวชมลูกทีมรายนี้ว่าจะเป็นผู้นำทีมในอนาคต จะเป็นนักเตะที่พาลิเวอร์พูลกลับไปรุ่งเรืองเหมือนยุคก่อนอีกครั้ง และโทนี่ บาร์เรตต์ แฟนบอลคนสำคัญที่เป็นผู้ประสานงานระหว่างเหล่าเดอะ ค็อป กลุ่มต่างๆ ก็ออกมายกย่องโรเบิร์ตสันว่า เป็นแบ็คซ้ายที่ดีที่สุดของทีม นับตั้งแต่สตีฟ นิโคล อำลาทีมไป

นิโคลมีความคล้ายกับโรเบิร์ตสัน เขาทำได้ดีทั้งตอนเล่นเกมรุกและเกมรับ และถือเป็นนักเตะคนสำคัญของหงส์แดงในทศวรรษที่ 1980 ซึ่งเป็นยุคที่ทีมประสบความสำเร็จมากที่สุด อาจจะเป็นเรื่องยากที่ฟูลแบ็ควัย 24 ปี จะประสบความสำเร็จเทียบเท่าฟูลแบ็ครุ่นพี่รายนี้ หากดูจากการที่คล็อปป์ยังไม่สามารถพาลิเวอร์พูลคว้าแชมป์อะไรได้เลย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า กัปตันทีมชาติสก็อตแลนด์รายนี้มีเส้นทางอาชีพนักฟุตบอลเหมือนกับที่เบน อาร์ฟา ทำนายไว้ เพราะตอนนี้โรเบิร์ตสันเป็นนักเตะที่เก่งโคตรๆ เลย

UFABET369

อ่านต่อ..