ตอบโต้พวกชอบเหยียด

แม้จะเข้าปี 2021 แต่วัฒนธรรมการเหยียดผิวหรือเหยียดเชื้อชาติยังคงมีให้เห็น และดูเหมือนว่าจะมากขึ้นกว่าที่ผ่านมาเสียอีก

แรงขับในเรื่องดังกล่าวมาจากที่แนวคิดที่ถูกส่งต่อกันมา แนวคิดที่ว่าเชื้อชาติหนึ่งเหนือกว่าอีกเชื้อชาติหนึ่ง หรือสีนี้เหนือกว่าสีนั้น มันถูกส่งต่อมานานนับร้อยปี และดูเหมือนว่ากาลเวลาจะไม่ได้ทำให้มันจางหายไป

แม้คนส่วนใหญ่จะพยายามออกมาพูด ออกมาต่อต้าน หรือแม้แต่การออกมาให้ความรู้ถึงความเท่าเทียม และแสดงสัญลักษณ์ต่างๆ แต่ก็ยังมีคนอีกจำนวนหนึ่งที่ปฏิเสธรับรู้สิ่งใหม่ๆ และเชื่อว่าโลกแห่งนี้คนย่อมไม่เท่ากัน (ในแง่ของสิทธิเสรีภาพและการมีสิทธิ์มีเสียงในสังคม)

นอกจากนั้นด้วยเหตุการณ์ไวรัสโควิด-19 ระบาดไปทั่วโลก ยิ่งทำให้ทัศนคติต่อคนเอเชียถูกมองในแง่ลบมากขึ้น เพราะพวกเขาถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวการทำเชื้อโรคระบาดไปทั่วโลก

SAGAME66

ข่าวคราวที่ออกมาจึงมีทั้งคนโดนทำร้ายร่างกาย โดนโจมตีด้วยคำพูด และรุนแรงไปจนถึงนั้นเสียชีวิต เป็นเหตุการณ์ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นในโลกยุคนี้ ยุคที่วิวัฒนาการของมนุษย์ก้าวหน้าไปอย่างมากทั้งการสื่อสาร

การเข้าถึงทรัพยากรความรู้ แต่มันยังทำให้เห็นถึงธาตุแท้และแนวคิดอันสุดโต่งที่ยังคงฝังลึกลงไปในกลุ่มคนที่ยังเชื่อว่าความแตกต่างหรือความหลากหลายไม่สามารถมารวมกันได้

ไม่ต่างไปจากวงการฟุตบอลที่กำลังโดนพฤติกรรมเหยียดผิวหรือเหยียดเชื้อชาติเล่นงานอย่างหนัก โดยเฉพาะใน โซเชียล มีเดีย ที่มีข่าวออกมาทุกสัปดาห์ว่านักเตะปัจจุบันหรืออดีตนักเตะโดนโจมตีโดยคำพูดที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นในปี 2021

เมื่อก่อนเราจะเห็นเหตุการณ์แค่ในสนามแข่ง ย้อนกลับช่วงต้นยุค 2000 แฟนบอล SAGAME66 ที่เกิดทันอาจจะห็นภาพ ซามูเอล เอโต้ หลั่งน้ำตาเดินออกจากสนาม ความคับแค้นใจของเขามาจากการโดนแฟนบอลแสดงพฤติกรรมเหยียดผิวทั้งการใช้วาจาและการโยนกล้วยลงมาในสนาม

มันคือสิ่งที่นักเตะผิวสีต้องแบกรับ มันคือแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามา ซึ่งทำให้พวกเขาต้องพิสูจน์ตนเองมากกว่าคนอื่นๆ หลายเท่าเพื่อให้ได้รับการยอมรับในฐานะนักฟุตบอล

หลายกรณีเกิดขึ้นมาพร้อมกับการต่อต้านจากคนในวงการและพยายามให้ความรู้กับแฟนบอลเพื่อให้พวกเขาเปลี่ยนทัศนคติ แม้วันเวลาผ่านไปซึ่งดูเหมือนว่าหลายคนปรับเปลี่ยนมุมมองเรื่องดังกล่าว แต่แล้วในช่วงที่ผ่านมาเหตุการณ์ความรุนแรงเรื่องเหยียดผิวหรือเหยียดเชื้อชาติกลับมาอีกครั้ง แต่มันไม่ได้เกิดขึ้นในสนามแข่ง เพราะมันย้ายสังเวียนไปที่โลกออนไน์ หรือ โซเชียล มีเดีย รูปแบบต่างๆ แทน

ทุกคนคงทราบจากข่าวที่ออกมาอย่างต่อเนื่อง นักเตะผิวสีหรือนักเตะเอเชียตกเป็นเป้าโจมตี ถ้อยคำอันหยาบคายถูกโพสต์ลงไปแบบเหมือนว่ามันเป็นถ้อยคำปกติ แต่คำๆ นั้นส่งผลถึงจิตใจผู้อ่าน โดยเฉพาะเป้าหมายที่ถูกโจมตี

คนแล้วคนเล่าที่ออกมาเผยถึงสิ่งที่พวกเขาโดนเล่นงาน แต่จำนวนกลับเพิ่มขึ้นเหมือนกับว่าเป็นกระแสที่ลามไปทั่ว และยากที่จะหยุดยั้ง

ติดตามข่าวสารได้ที่ microsym.com