เส้นทางป้องกันแชมป์เอฟเอ คัพ

ประโยคสามัญประจำบ้านของฟุตบอลที่ทุกคนรู้จักคือ “การเป็นแชมป์ว่ายากแล้ว การป้องกันแชมป์ยากยิ่ง

ลิเวอร์พูล, ยูเวนตุส, เรอัล มาดริด, บาเยิร์น มิวนิค และ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ใน 5 ลีกใหญ่ยุโรปในฤดูกาลนี้ที่เจอบททดสอบยากแน่นอนในการรักษาบัลลังก์

หรือจะบอลถ้วยรายการต่างๆ อย่าง เอฟเอ คัพ ที่เป็นความสำเร็จจับต้องได้เพียงอย่างเดียวของ อาร์เซน่อล ในฤดูกาลที่แล้ว

อาร์เซน่อล มีหลายอย่างไม่น่าจดจำนักในฤดูกาลก่อนที่ผลงานในสนามย่ำแย่หนักถึงขั้นต้องแยกทางกับ อูไน เอเมรี่ ก่อนได้ มิเกล อาร์เตต้า มือใหม่วัย 37 ปีในตอนนั้นเข้ามารับช่วงต่อ โดยมี เฟร็ดดี้ ลุงเบิร์ก ขัดตาทัพคั่นกลางให้ช่วงสั้นๆ

ผลงานในลีกของทัพ “ปืนใหญ่” ไม่ติดพื้นที่ยุโรปเป็นครั้งแรกในรอบยี่สิบกว่าปี หรือตั้งแต่ก่อน อาร์แซน เวนเกอร์ คุมทีมเสียอีก แถมยังตกรอบ 32 ทีมสุดท้ายของ ยูโรปา ลีก อย่างสุดช็อก

การปิดฤดูกาลด้วยตำแหน่งแชมป์เอฟเอ คัพ จึงกลายเป็นความสำเร็จที่หอมหวานไม่น้อยเมื่อมองดูภาพรวมตลอดทั้งฤดูกาล

ปีนี้ อาร์เซน่อล ของ มิเกล อาร์เตต้า ยังคงถูกจัดอยู่ในกลุ่มเต็งแชมป์ที่บารมีของการเป็นแชมป์เก่าและแชมป์มากสุด 14 สมัย ยังคงขายได้ ต่างจากพรีเมียร์ลีกที่่ไม่ได้อยู่ในข่ายตัวเต็งมานานหลายปีแล้ว

มิเกล อาร์เตต้า พาทีมเริ่มต้นรอบ 3 หรือรอบ 64 ทีมสุดท้ายด้วยงานที่หนักเอาเรื่องเพราะจับสลากเจอทีมจากพรีเมียร์ลีกด้วยกันอย่าง นิวคาสเซิ่ล ถือว่าหนักเอาเรื่องตั้งแต่ก้าวแรกที่ลงป้องกันแชมป์

แม้ท้ายที่สุด อาร์เซน่อล จะเอาตัวรอดเข้ารอบต่อไปได้ แต่ก็เหนื่อยถึงช่วงต่อเวลาก่อนได้ 2 ประตูสำคัญจาก เอมิล สมิธ โรว์ และ ปิแอร์-โอบาเมย็อง (ปรับรูปแบบการแข่งขันใหม่ไม่มีนัดรีเพลย์หากเสมอในเวลาปกติ)

ก่อนลงสนาม อาร์เซน่อล ถูกมองว่าจะเปิดรังเช็กบิลทัพสาลิกในเวลา 90 นาทีได้แน่นอนเพราะฟอร์มกำลังเริ่มเข้าที่เข้าทางด้วยชัยชนะ 3 นัดติดในลีกและเสียเพียงประตูเดียว

SAGAME66

แต่การที่โรเตชั่นนักเตะหลังกรำศึกมาหนักช่วงรอยต่อระหว่างบ็อกซิ่งเดย์ถึงปีใหม่ อีกทั้งเป็นฟุตบอล “เอฟเอ คัพ” ที่ตัดสินกันนัดเดียวรู้เรื่อง ความยากมักเป็นของคู่กัน เหตุการณ์ “ยักษ์ล้ม” เกิดขึ้นมานักต่อนัก

อาร์เซน่อล ที่เปลี่ยนทีมถึง 7 ตำแหน่งจากเกมลีกนัดบุกชนะ เวสต์บรอมวิช 4-0 ก็เจอสัจธรรมข้อนี้ ทีมของ อาร์เตต้า มีทั้งช่วงเวลาที่น่าจะยิงได้และน่าจะโดนยิงเหมือนกัน

การปรับส่งตัวรุกอย่าง วิลเลี่ยน, นิโกล่าส์ เปเป้ รวมถึง รีสส์ เนลสัน ที่ลงตัวจริงกะทันหันแทน SAGAME66 ที่เจ็บ ทำให้เกมรุกที่กำลังไหลลื่นก่อนหน้านี้ ออกอาการสะดุดไปพอสมควร

วิลเลี่ยน และ เปเป้ ไม่ได้อยู่ในช่วงที่ดีของอาชีพทั้งความมั่นใจและฟอร์มการเล่น ผลงานช่วงหลังสู้บรรดาดาวรุ่งอย่าง บูคาโย่ ซาก้า และ เอมิล สมิธ โรว์ ไม่ได้เลย

เกมรุกในครึ่งแรกของ อาร์เซน่อล จึงไม่สามารถกดดัน นิวคาสเซิ่ล ได้มากนัก การต่อบอลมักทำเสียในพื้นที่สุดท้าย โอกาสลุ้นครั้งเดียวจึงเป็นจังหวะฉาบฉวยที่ ดาวิด ลุยซ์ เปิดฟรีคิกยาวให้ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง กองหน้ากัปตันทีม หลุดไปยิงติดเซฟ

ในครึ่งหลัง อาร์เตต้า ต้องปรับส่ง สมิธ โรว์ ลงแทน เนลสัน ที่เล่นไม่ออก ตั้งแต่นาที 56 ก่อนที่อีก 10 นาทีถัดมาจะยัดทั้ง บูคาโย่ ซาก้า และ กรานิต ชาคา ลงสนาม เป็นการใช้สำรอง 3 คนอย่างรวดเร็วแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

จากที่จะเป็นโอกาสให้ดาวรุ่งที่เป็นตัวหลักในตอนนี้ ได้พักหายใจหายคอบ้าง กลับกลายเป็นต้องเข็นลงไปช่วยพลิกสถานการณ์ตั้งแต่เนิ่นๆ

ติดตามข่าวสารได้ที่ microsym.com