คล็อปป์เผยเรื่องที่ไม่ปลื้มเกมเจ๊าอาร์เซน่อล

เเทงบอลufabet เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล ไม่แฮปปี้กับเกมรับของทีมช่วงครึ่งแรกในแมตช์บุกเจ๊า อาร์เซน่อล 1-1 แต่โอเคกับการได้หนึ่งแต้มกลับออกจาก เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม

เเทงบอลufabet เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล เผยว่า รู้สึกไม่พอใจกับฟอร์มการเล่นเกมรับช่วงครึ่งแรกของทีม ในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ “หงส์แดง” บุกไปเสมอ อาร์เซน่อล 1-1 เมื่อวันเสาร์ที่ 3 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

ช่วงครึ่งแรก อาร์เซน่อล มีโอกาสได้ประตูหลายครั้ง แต่ ลิเวอร์พูล ก็ยันเอาไว้ได้ และกลายเป็นฝ่ายขึ้นนำก่อนในนาทีที่ 61 จาก เจมส์ มิลเนอร์ แต่สุดท้าย “ไอ้ปืนใหญ่” มาได้ประตูตีเสมอในนาทีที่ 82 จาก อเลซ็องดร์ ลากาแซ็ตต์ แม้เกมนี้ “หงส์แดง” เสียแค่ประตูเดียว แต่ดูเหมือน คล็อปป์ ไม่ค่อยจะปลื้มนัก

ufabet369

บางส่วนในทีมอาจยังไม่ลงตัว แต่ผลลัพธ์ก็พิสูจน์ถึงความสามารถของเอเมอรี่แล้ว และทีมของเขาเกือบคว้าชัยในลีก 8 นัดติด ถ้าคริสตัล พาเลซ ไม่ได้ลูกตีเสมอจาก ลูก้า มิลิโวเยวิช ซะก่อน ถึงจะเป็นแบบนั้น แต่ปืนใหญ่ก็ชนะติดต่อกัน 11 จาก 12 นัดในทุกรายการเลย

 

“ผมไม่แฮปปี้กับวิธีการเล่นเกมรับของเราในช่วงครึ่งแรก นั่นไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ แต่เราก็ทำได้ดีในการเล่นสวนกลับ เรารับได้กับการได้หนึ่งแต้ม การได้แต้มที่บ้าน อาร์เซน่อล ถือเป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้ว แต่เราก็น่าจะชนะได้ เรามีโอกาสไม่น้อย แต่พวกเขาก็มีโอกาสเช่นกัน” ยอดกุนซือชาวเยอรมันวัย 51 ปี กล่าว

อย่างไรก็ตาม ผลเจ๊าเกมนี้ทำให้ ลิเวอร์พูล แซง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นรั้งตำแหน่งจ่าฝูงแบบเดี่ยวๆ ชั่วคราว ด้วยการมี 27 แต้ม จาก 11 นัด

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล เผยว่าเขารู้สึกพอใจแล้วกับผลเสมอ อาร์เซน่อล 1-1 แม้จะรู้สึกเสียดายหน่อยๆ ที่เล่นกันไม่เหนียวแน่นพอช่วงท้ายเกมก็ตาม

“แต้มเดียวก็ถือว่าเป็นผลการแข่งขันที่ดีแล้ว อูไน เอเมรี่ ก็น่าจะพูดในแบบเดียวกัน แต่ว่าเราก็มีโอกาสที่ชัดเจนหลายครั้ง เมื่อ อาร์เซน่อล ต้องการคืนสู่เกม พวกเขาก็ส่งทุกคนลงมาในสนาม ซึ่งเป็นเรื่องที่เยี่ยมมาก ขณะที่เราก็เล่นกันได้ไม่เหนียวแน่นอย่างที่ผมต้องการ” คล็อปป์ กล่าว

“เหล่านักเตะประเภทม้างานในแผงมิดฟิลด์ เรามอบภาระหน้าที่ให้กับพวกเขาหนักเกินไปหน่อย และมันก็มีครั้งที่เราประกบ อเล็กซ์ อิโวบี้ ไม่ใกล้พอ เขาจึงได้โอกาสจ่ายบอลจนเป็นที่มาของประตู”

เอเมอรี่นั้นเชี่ยวชาญในการผสมนักเตะที่มีอยู่ในทีมได้อย่างลงตัว โดยเขาใช้แผน 4-2-3-1 อย่างที่เคยใช้กับเซบีย่า และ บาเลนเซีย มาใช้กับปืนใหญ่ รวมถึงให้นักเตะอย่าง เฮนริค มติตาร์ยาน, ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยอง, เมซุต โอซิล, อเล็กซ์ อิโวบี้ และ แดนนี่ เวลเบ็ค เน้นโจมตีคู่แข่งจากตรงกลางด้วย

แม้เขาจะช่วยฟื้นฟูฟอร์มของทีมให้ดีขึ้นอย่างมาก แต่การที่อาร์เซน่อลต้องเจอกับทีมที่มีแผนการเล่นไม่เหมือนใครที่สุดในฟุตบอลอังกฤษอย่างลิเวอร์พูลในวันเสาร์นี้ จะทำใหเราสงสัยว่าเอเมอรี่พบแผนการเล่นที่เหมาะสมกับทีมจริงๆหรือยัง

การเจาะทางริมเส้น

แผน 4-3-3 ของ เจอร์เก้น คล็อปป์ นั้นไม่เหมือนใคร เป็ป กวาร์ดิโอล่า เคยหล่นวาทะนี้เมื่อ 2 ปีก่อนว่า “ไม่มีทีมไหนบนโลกนี้ที่จะโจมตีในกรอบเขตโทษด้วยผู้เล่นมากมายขนาดนั้น”

ซึ่งมันเป็นแบบนี้ก่อนหน้าที่โมฮาเหม็ด ซาลาห์จะเข้ามาซะอีก แต่หลักการของเขายังคงเดิม ทั้งกองกลางและกองหน้าทั้งสามจะเข้ามาเล่นในกรอบเขตโทษ และฟูลแบ็คที่เติมเกมรุกในแดนหน้า อย่างเช่นเฮคตอร์ เบเยริน ของเอเมอรี่

แต่ลองนึกถึงผู้เล่นอาร์เซน่อลที่ลักษณะคล้ายกับของลิเวอร์พูล แต่ไม่มีใครต้องโยกไปเล่นเป็นปีกริมเส้น แต่เน้นเจาะตรงกลางซึ่งได้ผลมากกว่า

image: https://images.cdn.fourfourtwo.com/sites/fourfourtwo.com/files/styles/inline-image/public/lacazette_goal.jpg?itok=toV9Ecr4

โอบาเมยองโชว์ฟอร์มอย่างยอดเยี่ยมในฝั่งซ้าย รวมถึงสามารถใช้ความเร็วเพื่อตัดเข้าในได้ และนั่นดูจะเป็นตำแหน่งที่เหมาะสมกับเขา รวมไปถึงอเล็กซองด์ ลากาแซตต์ ที่ไม่ต้องแสแสร้งแกล้งทำเป็นผู้เล่นริมเส้น

บอลในแบบของคล็อปป์ ทำให้นายใหญ่ชาวฝรั่งเศสจัดการกับซาลาห์ทางฝั่งขวาได้อย่างชัดเจน แต่ก็ใช่ว่าจะแบบนั้นเสมอไป เพราะซาลาห์ก็สามารถหาช่องว่างระหว่างกองหลังและฟูลแบ็คเข้าไปได้อยู่เหมือนกัน

หน้าที่ใหม่ของเมซุต?

สำหรับโรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ลองดูเมซุต โอซิล? ถึงแม้ว่านักเตะที่ค่าแพงที่สุดในอาร์เซน่อลจะไม่สามารถเล่นแบบฟีร์มีโน่ได้ แต่เขาก็ไม่จำเป็นต้องวิ่งไล่บี้คู่แข่งซักหน่อย

โอซิลฉายแววกับบทบาทฟอลส์ไนน์กับทีมชาติเยอรมัน ทำให้เขาเป็นกองกลางที่เล่นคล้ายผู้เล่นเบอร์ 10 ซึ่งปล่อยให้เพื่อนร่วมทีมวิ่งขึ้นหน้าทำทางไป ส่วนมคิตาร์ยานผู้โชคร้าย ก็กลายเป็นตัวสำรองไป แม้จะดูแปลกๆซักหน่อย แต่เขาก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของทีมเช่นกัน

image: https://images.cdn.fourfourtwo.com/sites/fourfourtwo.com/files/styles/inline-image/public/ozil_arse.jpg?itok=RiSbLKyx

ตั้งแต่ อาร์รอน แรมซี่ย์โดดเด่นขึ้นมาในปี 2013-14 ทำให้เขาและโอซิลต้องแย่งตำแหน่งกันในแดนกลาง ซึ่งนี่อาจจะอธิบายการปฏิเสธสัญญาของนักเตะชาวเวลส์ได้ดีเลย แต่แผน 4-3-3 แบบไม่ห่างมาก อาจจะเป็นคำตอบที่เหมาะสมก็ได้

บ่อยครั้งที่ทีมของคล็อปป์มักจะมีฟอร์มขึ้นๆลงๆ หนึ่งในนั้นคือนักเตะเบอร์ 8 ของทีม ทั้งอดัม ลัลลาน่า, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ และ อเล็กซ์ อ็อกเล็ด แชมเบอร์เลน ขณะที่ในอนาคตอาจรวมถึง นาบี เกอิต้า ด้วย ซึ่งตำแหน่งนี้จะบุกขึ้นหน้า กลายเป็นแนวรุกตัวที่ 4 และต้องทำประตูให้ทีมได้ด้วย และบังเอิญมากๆที่ตำแหน่งนี้เหมาะกับแรมซี่ย์มากๆเลย เพราะลิเวอร์พูลมีกองกลางที่  เก็บกวาดในเกมรับถึง 2 คน และทำเกมขึ้นหน้าด้วยความเร็วสูงด้วย

เพิ่มความเร็วของเกม

แน่นอนว่าสิ่งที่เอเมอรี่ทำ สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบของคล็อปป์  ในช่วงแรกที่แอนฟิลด์ นั่นก็คือ การเพิ่มความเร็วในการทำเกม อาร์เซน่อลมีสถิติการวิ่งและระยะทางอยู่ในอันดับต้นๆ ซึ่งลิเวอร์พูลของกุนซือร่างยักษ์ก็เคยเป็นแบบนั้นเช่นกัน และนี่แสดงให้เห็นถึงความคิดที่คล้ายๆกัน ทั้งคู่ชอบดันแผงหลังสูงและก็ชอบเพรสกดดันคู่แข่งด้วย

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตามที่สนามเอมิเรสต์ สเตเดี้ยม ในวันเสาร์นี้ ลิเวอร์พูลนั้นเหนือกว่าอาร์เซน่อลในด้านการสร้างทีมขึ้นมาใหม่อย่างปฏิเสธไม่ได้ แต่อย่างน้อยการเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยมของเอเมอรี่ น่าจะทำให้  ผู้มาเยือนและแฟนบอลบางกลุ่มสงสัยว่าจะเกิดอะไรขึ้นในเกมนั้น

ในแง่การจัดการทีม คล็อปป์อาจจะสู้กุนซือปืนใหญ่ที่เล่นเกมรุก, เชื่อใจเหล่านักเตะดาวรุ่ง และ ใช้สอยงบประมาณได้อย่างดีไม่ได้ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ เอเมอรี่ไม่ใช่ตัวเต็งที่จะเขามาสืบทอดเก้าอี้ต่อจาก อาร์เซน เวนเกอร์ด้วยซ้ำ

เป็นเวลากว่า 3 ปีแล้วตั้งแต่คล็อปเข้ามารับงานที่ลิเวอร์พูล เขาก็ค่อยๆปรับทีมให้เขากับระบบของตัวเอง เสริมนักเตะที่เข้ากับระบบและเติมเต็มส่วนที่ขาด ซึ่งเป็นการซื้อผู้เล่นที่จำเป็นจริงๆ ไม่ใช้การซื้อแบบตามกระแสด้วย

แต่กุนซือหัวทองก็ยังคงต้องให้ผู้เล่นบางคนปรับตัวให้ได้ก่อน ผู้เล่นหน้าใหม่อย่าง แชมเบอร์เลนและฟาบินโญ่ยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าพวกเขาต้องคุ้นเคยกับการเล่นของทีมก่อนถึงจะลงเล่นเป็นตัวจริงได้ แต่ในขณะเดียวกัน เอเมอรี่ได้ก็ประสบความสำเร็จในการวางแผนระยะสั้น ซึ่งผลลัพธ์ที่แสดงออกมานั้นสม่ำเสมอและน่าทึ่งขนาดไหน

อย่างไรก็ตาม เอเมอรี่ก็ทำทีมในแบบฉบับของเขา และบางทีก็คงไม่มีใครเลียนแบบคล็อปป์ได้ แต่ทว่าด้วยความไม่สมดุลของอาร์เซน่อล อาจจะทำให้เอเมอรี่หยิบยกแนวคิดของคล็อปป์มาใช้บ้างก็ไม่เห็นจะเสียหายตรงไหนเช่นกัน

จากผลเสมอเกมนี้ทำให้ ลิเวอร์พูล ขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูง พรีเมียร์ ลีก แบบเดี่ยวๆ เป็นการชั่วคราว โดยมีคะแนนนำหน้า แมนฯ ซิตี้ 1 แต้ม ขณะที่ทีมเรือใบสีฟ้าจะมีโปรแกรมลงสนามในวันอาทิตย์

UFABET369

https://microsym.com