เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เพราะพวกเขาดันปล่อยให้ “ดิ อีเกิ้ลส์

แทงบอลออนไลน์ เชลซี อาจจะทำให้แฟนบอลเสียวท้องน้อยนิดหน่อยในแมตช์ที่พวกเขาสอย คริสตัล พาเลซ 3-1 ตีเสมอได้ ทั้งๆ ที่ในเวลานั้น “สิงโตน้ำเงินคราม” แทบจะเหนือกว่าทุกกระบวนยุทธ์

แทงบอลออนไลน์ อย่างไรก็ตาม แมตช์นี้ เอแด็น อาซาร์ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขามีความสำคัญกับทีมมากแค่ไหน เพราะเพียงแค่เปลี่ยนตัวลงมาเล่นในช่วงครึ่งหลัง ดาวเตะชาวเบลเยียม ให้เวลาไม่ถึงนาทีก็ช่วยพลิกเกมให้ต้นสังกัดพลิกสถานการณ์กลับขึ้นมานำได้อย่างสุดยอด

ก่อตั้ง

สโมสรฟุตบอลเชลซี ก่อตั้งในวันที่ 11 มีนาคม ค.ศ.1905 โดย กุส เมียร์ส และได้เปลี่ยนสนามสแตมฟอร์ดบริดจ์จากสนามกรีฑาเป็นสนามฟุตบอล โดยในตอนแรกจะใช้ชื่อว่า ฟูแลมเอฟซี แต่ไปซ้ำกันกับสโมสรฟุตบอลฟูแลม เลยต้องเปลี่ยนชื่อ โดยตอนแรกใช้ชื่อว่า เคนชิงตันเอฟซี,สแตมฟอร์ดบริดจ์เอฟซี แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนชื่อมาเป็น ลอนดอน เอฟซี และเปลี่ยนเป็นเชลซีเอฟซี และได้ก่อตั้ง ณ ผับไรซิ่งซัน (ณ ปัจจุบันชื่อ เดอะบุชเชอร์สฮุก)

สโมสรเชลซีได้เลื่อนชั้นมาเล่นดิวิชั่น1ครั้งแรกในซีซั่นที่2หลังการก่อตั้งสโมสร (ฤดูกาล 1906-07) แต่พวกเขาก็ลงไปขึ้นมาระหว่างดิวิชั่น1และดิวิชั่น2เรื่อยๆ พวกเขาเข้าชิงชนะเลิศเอฟเอคัพ ในปี 1915 แต่ก็แพ้สโมสรฟุตบอลเชฟฟีลด์เวนส์เดย์ที่สนามโอลด์แทรฟฟอร์ดไป 0 ประตูต่อ 3 และจบอันดับที่3ในดิวิชั่น1ฤดูกาล 1919-20 และพวกเขาก็เริ่มซื้อสตาร์ดังเข้าทีมมากขึ้น

แชมป์แรก

อดีตกองหน้าอาร์เซน่อลและทีมชาติอังกฤษอย่าง เท็ด เดร็ก ได้เข้ามาคุมเชลซีใน ค.ศ.1952 และปรับสโมสรให้ทันสมัยด้วยการโละกลุ่มทหารหลวงวัยเกษียณ และได้ปรับทีมเยาวชนและการซ้อมให้เข้มข้นมากขึ้น และซื้อสตาร์จากลีกสมัครเล่นมากมาย จนกระทั่งพวกเขาได้ถ้วยแรกในประวัติศาสตร์ในฤดูกาล 1954-55 เมื่อพวกเขาได้แชมป์ดิวิชั่น 1 และอันที่จริงเชลซีจะเป็นทีมแรกจากอังกฤษที่ได้ไปฟุตบอลระดับสโมสรยุโรปด้วยซ้ำ แต่ถูกสมาคมฟุตบอลอังกฤษห้ามไว้ไม่ให้ไปแข่งขัน เดรกถูกปลดจากตำแหน่งในปี 1961 และแทนที่ด้วยทอมมี่ โดเชอร์ตี้ที่เข้ามาในฐานะผู้เล่น-ผู้จัดการทีม

ทีมใหม่

โดเชอร์ตี้ได้ทำการปรับปรุงระบบทีมใหม่ค่อนข้างเยอะ เขาได้โละแข้งเก่าหลายคนออกจากทีม และพวกเขาก็คว้าแชมป์ลีกคัพได้ในฤดูกาล 1964-65 ในการเอาชนะเลสเตอร์ซิตี้ที่มีกอร์ดอนแบงส์ นายทวารจอมหนึบด้วยสกอร์ 3-2 (ในสมัยนั้นนัดชิงลีกคัพแข่งกันสองนัด) และในสามซีซั่นหลังพวกเขาก็สามารถเข้าชิงทุกถ้วยที่ลงเล่นได้ แต่เป็นรองแชมป์ทั้งหมด และเดฟ เซ็กตันเข้ามาแทนที่โดเชอร์ตี้ เชลซีคว้าแชมป์เอฟเอคัพได้ในปี 1970 โดยการเอาชนะสโมสรฟุตบอลลีดส์ยูไนเต็ดไป 2-1 ในนัดรีเพลย์ และในปีต่อมาพวกเขาก็สามารถคว้าโทรฟี่ระดับทวีปยุโรปด้วยการเข้าชิงชนะเลิศยูฟ่าคัพวินเนอร์สคัพกับสโมสรฟุตบอลเรอัลมาดริดได้ 2-1 ในนัดรีเพลย์ที่เอเธนส์

ตกต่ำ

เชลซีถึงยุคตกต่ำในยุคปลาย 1970 ถึงต้น 1990 เมื่อพวกเขาขายสตาร์ดังไปมากมาย และตกชั้นจนแถมยังไม่สามารถขึ้นมาลีกสูงสุดได้ แต่แล้วในปี 1982 เคน เบตส์ ได้เข้ามาซื้อสโมสรด้วยราคา 1 ล้านปอนด์ และเขาก็ปรับปรุงสนามสแตมฟอร์ดบริดจ์ให้ดีขึ้น แต่พวกเขาก็เกือบจะตกชั้นไปดิวิชั่น 3 ในปีเดียวกัน แต่ในปี 1983 จอห์น นีล ได้ดึงทีมขึ้นชั้นมาจากดิวิชั่น 2 ด้วยการคว้าแชมป์ในปี 1983-84 และตกชั้นอีกครั้งในปี 1987-88 ก่อนที่จะเลื่อนชั้นอีกครั้งในปี 1988-89 ด้วยแต้มที่ห่างกับสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี้ไปถึง 17 คะแนน

กลับมารุ่งเรืองและฉายา “สิงห์บอลถ้วย”

ในปี 1992 ก็เริ่มมีการซื้อสตาร์ดังมากมาย และเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลเอฟเอคัพ ฤดูกาล 1993-94 โดยฝีมือของ เกล็นน์ ฮ็อดเดิ้ล แต่พวกเขาก็แพ้สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดไปอย่างราบคาบ 0 ประตูต่อ 4 จนกระทั่งรุด กุลลิต เข้ามาทำทีมในฐานะ ผู้เล่น-ผู้จัดการทีม ในปี 1996 และพาทีมเข้าชิงชนะเลิศในปี 1997 และเอาชนะสโมสรฟุตบอลมิดเดิลส์เบรอไปได้ 2 ประตูต่อ 0 จากการยิงของโรแบร์โต ดี มัตเตโอในช่วงเวลาเพียงแค่ 42 วินาทีเท่านั้น และเอ็ดดี้ นิวตั้นในนาทีที่83 กุลลิทถูกแทนที่โดยจิอันลูก้า วิอัลลี่ โดยพาทีมเข้าชิงลีกคัพปี 1998 และชนะมิดเดิลสเบรอด้วยสกอร์เดิม ในช่วงต่อเวลาพิเศษ และเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลยูฟ่าคัพวินเนอร์สคัพปี 1998 และได้แชมป์สมัยที่สองด้วยการเอาชนะเฟาเอฟเบชตุทท์การ์ทไป 1 ประตูต่อ 0 จากประตูของจันฟรังโก โซลาซึ่งยังลงมาเล่นไม่ถึงครึ่งนาทีด้วยซ้ำและชนะเลิศยูฟ่าซูเปอร์คัพในปีเดียวกันด้วยการเอาชนะเรอัลมาดริดไป 1 ประตูต่อ 0 และชนะเลิศเอฟเอคัพในปี 2000 โดยการเอาชนะสโมสรฟุตบอลแอสตันวิลลาไป 1 ประตูต่อ 0 จากประตูของโรแบร์โต ดี มัตเตโอคนเดิม รวมถึงได้สัมผัสยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกเป็นครั้งแรกแต่ก็ตกรอบ 8 ทีมสุดท้ายด้วยน้ำมือของสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนาด้วยสกอร์รวม 6 ประตูต่อ 4 วิอัลลี่ถูกปลดจากตำแหน่งและถูกแทนที่ด้วยเกลาดีโอ รานีเอรีและเข้าชิงชนะเลิศเอฟเอคัพปี2001-02 แต่สุดท้ายก็พ่ายสโมสรฟุตบอลอาร์เซนอลไป 0 ประตูต่อ 2 สำหรับในประเทศไทยเชลซียุคนี้ถือว่าเป็น “สิงห์บอลถ้วย” เลยทีเดียว

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

เคนเบตส์ได้ขายสโมสรราคา 140 ล้านปอนด์ ให้กับนักการเมืองมหาเศรษฐีชาวรัสเซีย โรมัน อับราโมวิช และได้ทุ่มซื้อสตาร์ดังมามากมาย และได้ทำเรื่องงงงวยให้กับแฟนบอลด้วยการปลดรานีเอรี่ออกจากตำแหน่ง และแทนที่ด้วยโชเซ มูรีนโย ซึ่งก็ไม่ใช่การตัดสินใจที่ผิดเพราะมูรินโยได้เข้ามาเป็นตำนานกุนซือที่นำพาความสำเร็จมาให้สโมสรมากมายทั้งการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2004-05 เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรด้วยคะแนนประวัติศาสตร์ถึง 95 คะแนน และยังเอาชนะสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูลในนัดชิงฟุตบอลลีกคัพได้ 3 ประตูต่อ 2 คว้าแชมป์ไปแบบยิ่งใหญ่ แต่ก็ถูกคู่ปรับรายเดียวกันถีบตกรอบยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกจาก “ประตูผี” ของหลุยส์การ์เซีย ในปีต่อมาพวกเขายังได้แชมป์อีกด้วยคะแนน 92 คะแนนและยังชนะเลิศเอฟเอคัพด้วยการเอาชนะแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดไป1 ประตูต่อ 0 ในปี2007 และยังคว้าแชมป์ลีกคัพได้จากการเอาชนะอาร์เซน่อลไป 2 ประตูต่อ 1 จากสองลูกของดิดิเยร์ ดร็อกบาตำนานกองหน้าของสโมสรเชลซี เขาถูกปลดในปี 2007และถูกแทนที่ด้วย อัฟราม แกรนท์ กุนซือผู้พาทีมเข้าชิงยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกเป็นครั้งแรกก่อนจะไปพ่ายแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดอย่างน่าเจ็บปวดในการดวลจุดโทษ 5-6 โดยจอห์น เทอร์รี่และนีกอลา อาแนลกายิงจุดโทษไม่เข้า ในปีต่อพวกเขาดึง หลุยส์ ฟิลิปเป สโคลารี เข้ามาคุมทีม แต่ก็ฟอร์มแย่จนโดนปลดออกไป นอกจากจะพลาดแชมป์ลีกและบอลถ้วยแล้ว พวกเขายังตกรอบรองชนะเลิศยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกในปี 2008-09 ในยุคของกุส ฮิดดิงค์จากการพ่ายให้กับบาร์เซโลน่าด้วยกฏประตูทีมเยือนของอันเดรส อีเนียสตา และเป็นแมตช์ที่ผู้ตัดสินถูกครหาเกี่ยวกับการตัดสินในวันนั้นที่ดิดิเยร์ ดร็อกบา ถึงกับสาดน้ำลายด่าผู้ตัดสินออกการถ่ายทอดสดอย่างสนุกปาก ทำให้ยูฟ่าแบนเขาสามนัดด้วยกัน แต่ก็ยังได้แชมป์เอฟเอคัพด้วยการเอาชนะสโมสรฟุตบอลเอฟเวอร์ตันไป 2 ประตูต่อ 1 จากประตูของดิดิเยร์ ดร็อกบาและแฟรงค์ แลมพาร์ดในปีต่อมา คาร์โล อันเชล็อตติได้มาคุมเชลซีแทนและได้แชมป์พรีเมียร์ลีกด้วยการยิงประตูมากที่สุดในประวัติศาสตร์ถึง 103 ประตูใน1ซีซั่น และยังป้องกันแชมป์เอฟเอคัพได้จากประตูสุดสวยของดิดิเยร์ ดร็อกบาจากการยิงฟรีคิกใส่สโมสรฟุตบอลพอร์ตสมัทและชนะไป 1 ประตูต่อ 0 ซีซั่น 2010-11 เป็นซีซั่นที่ดีในช่วงแรก แต่หลังจากเรย์ วิลกิ้นส์ ออกจากเชลซี รวมถึงการเป็นโรคไข้มาลาเรียของดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ทำให้พวกเขาไม่ชนะถึงหกนัดติด ซึ่งรวมถึงการพ่ายสโมสรฟุตบอลซันเดอร์แลนด์น้องใหม่ในปีนั้นด้วยสกอร์อัปยศ 0 ประตูต่อ 3 อีกด้วย แต่หลังจากนั้นพวกเขาก็เก็บชัยชนะจนคว้าโควตาไปเล่นยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกในปีต่อมา

แชมป์ยุโรป 2 ถ้วย 2 ปีซ้อนและแชมป์เก่าที่แย่ที่สุดในประวัติศาสตร์

ซีซั่น 2011-12 เป็นซีซั่นที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร เมื่อพวกเขาเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกและเอาชนะสโมสรฟุตบอลบาเยิร์นมิวนิกในการดวลจุดโทษ โดยพวกเขาเกือบจะแพ้เมื่อโทมัส มึลเลอร์โหม่งผ่านปีเตอร์ เช็กเข้าไป แต่ในนาทีที่ 88 ดิดิเยร์ ดร็อกบาก็โหม่งผ่านมานูเอล นอยเออร์ตีเสมอเป็น 1-1 และดวลจุดโทษเอาชนะและเป็นแชมป์ไปในที่สุด อีกทั้งยังคว้าแชมป์เอฟเอคัพได้อีกสมัยด้วยการเอาชนะลิเวอร์พูลในรอบชิงชนะเลิศ แม้ในลีกจะจบเพียงที่6ก็ตาม ปีต่อมา ราฟาเอล เบนิเตซได้เข้ามาคุมทีมและคว้าแชมป์ยูฟ่ายูโรปาลีกไปได้จากการเอาชนะสโมสรฟุตบอลไบฟีกา 2 ประตูต่อ 1 จากประตูชัยของ เฟร์นานโด ตอร์เรส และ บรานิสลาฟ อีวานอวิช ในปีต่อมาพวกเขาได้ดึงโชเซ มูรีนโยกลับมาคุมทีมอีกครั้ง แต่ไม่ได้แชมป์อะไรเลยในปีแรก แต่ในปีต่อมาพวกเขาคว้าดับเบิ้ลแชมป์ด้วยการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2014–15 ได้สำเร็จ และคว้าแชมป์แคปิตอลวันคัพด้วยการเอาชนะสโมสรฟุตบอลทอตนัมฮอตสเปอร์ไป 2 ประตูต่อ 0 จากจอห์น เทอร์รี่และ เดียโก โกสตา

ในฤดูกาล 2015-16 พวกเขามาพร้อมกับความคาดหวังที่สูงมาก แต่พวกเขาไม่สามารถเอาชนะได้เลยในปรีซีซั่น และแพ้ศึกเอฟเอคอมมิวนิตีชีลด์ต่ออาร์เซน่อลไป 0 ประตูต่อ 1 และเป็นครั้งแรกด้วยที่โชเซ มูรีนโยแพ้ให้กับอาร์แซน แวงแกร์ด้วย และพวกเขาแพ้ได้ทุกทีมไม่เว้นแม้กระทั่งน้องใหม่จากการพ่ายสโมสรฟุตบอลบอร์นมัทไป 0 ประตูต่อ 1 ทำให้อบราโมวิชต้องตัดสินใจปลดโชเซ มูรีนโยออก และดึงกุส ฮิดดิ้งค์เข้ามาแทน ถึงแม้จะดีขึ้นบ้าง แต่ก็เสมอบ่อยมาก และตกรอบทุกถ้วยที่ลงเล่น ทำให้จบฤดูกาลด้วยอันดับ10ไม่ได้ไปฟุตบอลระดับทวีป ในปีต่อมาอันโตนีโอ กอนเตได้เข้ามาคุมทีมหลังจบศึกยูโร 2016 ที่ประเทศฝรั่งเศสและทำทีมชนะสามนัดแรก ก่อนที่จะเสมอให้กับสโมสรฟุตบอลสวอนซีไป 2 ประตูต่อ 2 หลังจากนั้นก็แพ้ลิเวอร์พูล 1-2 และแพ้อาร์เซน่อล 0-3 แต่หลังจากได้เปลี่ยนแผนเป็น 3-4-3 พวกเขาก็ชนะ 13 นัดรวดเป็นสถิติสโมสร ก่อนที่จะพ่ายท็อตแนมฮ็อทสเปอร์สไป 0-2 ที่ไวต์ฮาร์ทเลน และยังไม่แพ้ใครหลังจากแพ้ท็อตแน่มอีกเลยจนกระทั่งพ่ายให้กับคริสตัลพาเลซ 1-2 คาสแตมฟอร์ดบริดจ์ แต่ก็สามารถคว้าแชมป์ได้หลังจากการเอาชนะเวสบรอมมิชอัลเบี้ยนไป 1-0 ที่เดอะฮอว์ธอร์นส์ ก่อนจะทำสถิติแชมป์ที่ชนะ 30 นัดรวดในเวลาต่อมา ต่อมาในฤดูกาล 2017-18 เชลซีพลาดท่าพ่ายเบิร์นลีย์ 2-3 ในนัดแรก แต่ในนัดต่อ ๆ มา ก็สามารถรักษามาตรฐานของตัวเองไว้ได้ จนกระทั่งท้ายฤดูกาลกลับฟอร์มหลุดดื้อๆ จากที่เคยการันตีพื้นที่ ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก กลายเป็นหลุดและไป ยูฟ่ายูโรปาลีก แทน เชลซีได้ปลดกอนเตและให้ เมาริซิโอ ซาร์รี่ เข้ามาคุมทีมแทน

1. เอ็นโกโล่ ก็องเต้ สำคัญเสมอ

แทงบอลออนไลน์ ก็องเต้ ต้องเล่นในตำแหน่งกองกลางฝั่งขวา แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาเพราะเขาเป็นนักเตะที่มีธรรมชาติในการเป็นผู้ชนะอยู่แล้ว และแมตช์นี้ก็เป็นครั้งที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ดาวเตะเลือดเฟร้านช์ รายนี้มีความสำคัญกับ “สิงโตน้ำเงินคราม” มากแค่ไหน

จังหวะในการเข้าสกัดบอลแบบตัวต่อตัว, การไล่บี้ วิล เฟร็ด ซาฮา และการช่วยทีมในการครองเกมต้องบอกว่ายอดเยี่ยมไร้ที่ติ กองกลางทีมชาติฝรั่งเศส ยังคอยวิ่งไล่บี้ผู้เล่นทางกราบของคู่แข่ง แน่นอนว่าการเล่นแบบนี้ทำให้เขาสามารถจัดการกับเกมสวนกลับของ “ดิ อีเกิ้ลส์” ได้อยู่หมัด

ในส่วนของการเติมเกมบุก แม้ว่า ก็องเต้ อาจจะไม่ได้เฉียบคมมากนักในบริเวณพื้นที่สุดท้า แต่เทคนิคและสไตล์การเล่นของเขามักจะช่วยแอสซิสต์ให้เพื่อนร่วมทีมได้อย่างต่อเนื่อง อย่างในจังหวะที่นักเตะส่งบอลให้ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า และ เปโดร หลายต่อหลายครั้ง นอกจากนี้ อดีตแข้งเลสเตอร์ ยังมีความฉลาด และศักยภาพในการอ่านเกมด้วย

2.  โมราต้ากลับมาแล้ว

อัลบาโร่ โมราต้า กลับมาคืนฟอร์มอีกครั้งหลังจากที่เจ้าตัวเหมาสองประตูในแมตช์ล่าสุด ช่วยทำให้เขาซัดไป 4 ประตูจากการลงเล่นเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 4 แมตช์หลังสุด

หัวหอกตัวเก่งซัด 2 ประตูทั้งในเกมอัด เซาธ์แฮมป์ตัน และ เบิร์นลี่ย์ ฉะนั้นนี่เป็นสัญญาณที่ดีที่อาจจะแสดงให้เห็นข่าวฟอร์มที่ฝืดเคืองของเขาที่เราๆ ท่านๆ เคยเห็นตอนที่ยิงได้แค่ประตูเดียวจากลงเล่นในครึ่งซีซั่นหลังเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา คงจะไม่มีอีกต่อไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าเสียดายสำหรับ อดีตหัวหอก “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ก็คือเขาพลาดโอกาสที่จะทำแฮตทริก เพราะในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ กองหน้าดีกรีทีมชาติสเปน ได้จังหวะหลุดเดียวแต่ดันชิพบอลไม่ผ่านมือ เวย์น เฮนเนสซี่ย์ นายทวารพาเลซ ไม่งั้นละสถิติสวยหรูกว่านี้อีก
3. เอแด็น อาซาร์ สุดยอดเหมือนเดิม

สาวก “สิงโตน้ำเงินคราม” คงหวาดหวั่นพอสมควรเมื่อ เอแด็น อาซาร์ ไม่มีชื่อลงเล่น 11 ตัวจริง และสถานการณ์ของทีมก็ไม่น่าไว้วางใจเมื่อโดน แอนดรอส ทาวน์เซนด์ ปีกตัวเก่งของ พาเลซ ซัดประตูตีเสมอ

อย่างไรก็ตาม ด้วยสถานการณ์ในเวลานั้น เมาริซิโอ ซาร์รี่ ตัดสินใจส่ง เพลย์เมกเกอร์ทีมชาติเบลเยียม ลงสนาม แต่งงานนี้ในช่วง 25 นาทีสุดท้าย และเพียงแค่ไม่กีนาทีที่ อาซาร์ สัมผัสพื้นสนามเขาก็แอสซิสต์ให้ โมราต้า ตะบันตาข่ายให้ต้นสังกัดขึ้นนำ 2-1

แน่นอนว่า จอมทัพเลือดเบลเยียม เป็นผู้เล่นที่ “สิงห์บลูส์” ขาดไม่ได้จริงๆ และแมตช์นี้เป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า อาซาร์ ทำผลงานได้สุดยอดมากแค่ไหน ก็เหมือนคำพูดหลังเกมที่ ซาร์รี่ บอกว่าถึงนักเตะจะไม่สมบูรณ์แต่ขอให้มีชื่อเป็นตัวสำรอง ก็พร้อมลงสนามพลิกเกมให้ทีมได้เสมอ

4. ดาวิด ลุยซ์ เกือบทำทีมเสียศูนย์

แม้ว่าเกมรับของ เชลซี อาจจะไม่ค่อยได้เจอกับบททดสอบจากคู่แข่งมากนัก แต่จริงๆ แล้วพวกเขาไม่ควรจะเสียประตูจากจังหวะเพียงไม่กี่ครั้งที่ คริสตัล พาเลซ ขึ้นมาป่วนบริเวณพื้นที่สุดท้าย

ดูได้จากจังหวะที่ ทาวน์เซนด์ วิ่งฉีกหนีบริเวณพื้นที่ว่างระหว่าง ลุยซ์ กับ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ ซึ่งทั้งสองคนขยับขึ้นมาอยู่สูงเพื่อหวังเติมเกมบุก แน่นอนว่าจังหวะนี้ทั้งสองคนมีการสื่อสารที่ผิดพลาด และทำให้ทีมต้องเสียประตูอย่างไม่น่าเสีย
แม้ว่าตอนนั้น ลุยซ์ จะพยายามวิ่งไล่บี้ และเบียด ทาวน์เซนด์ แต่สภาพร่างกายของเขาสู้คู่แข่งไม่ได้ ซึ่งผลลัพธ์ก็คือ  เกปา อาร์รีซาบาลาก้า ผู้รักษาประตู ต้องพลาดการทำคลีนชีตไปอย่างน่าเสียดาย

แทงบอลออนไลน์ ก่อนหน้านี้ ซาร์รี่ เคยย้ำมาแล้วว่ากองหลังต้องพยายามเล่นให้คงเส้นคงวา และมีสมาธิกับเกม แต่กระนั้นเมื่อมองจากภาพรวมแล้วผลงานของ ดาวเตะเลือดบราซิเลียนก็ไม่ถึงกับเวลร้าย เพียงแต่ว่าในจังหวะสำคัญเขาไม่ควรพลาดไม่งั้นอาจสร้างความเสียหายให้กับทีม

ufabet

ข่าวอื่นๆ