Categories
ข่าว ข่าวกีฬา

กลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ แจ้งการเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าเคารพศพ “เจ้าสัววิชัย”

คิงเพาเวอร์  กลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ แจ้งการเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าเคารพศพ “เจ้าสัววิชัย” ตามเวลา ตั้งแต่วันที่ 5-9 พฤศจิกายนนี้

คิงเพาเวอร์  ฝ่ายประชาสัมพันธ์ กลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ ได้ประกาศแจ้งเปิดให้ประชาชน ร่วมเคารพศพ นายวิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานกรรมการกลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ และประธานสโมสร เลสเตอร์ ซิตี้ ณ ศาลากวีนิรมิต วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร

เป็นข่าวที่น่าตกใจของวงการธุรกิจไทยและวงการกีฬา หลังจากที่เกิดเหตุ เฮลิคอปเตอร์ของ “นายวิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ และประธานสโมสร เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมฟุตบอลในศึกพรีเมียร์ลีก ประเทศอังกฤษ ตกลงบริเวณลานจอดรถด้านนอกของสนาม คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม

ล่าสุุด สโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ ออกแถลงการณ์ ยืนยัน นายวิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ และเจ้าของสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ เสียชีวิตจากเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ตก หน้าสนามคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม จนไฟลุกท่วม พร้อมผู้โดยสารและนักบิน รวม 5 ชีวิต

>> เลสเตอร์ ซิตี้ แถลงยืนยัน “เจ้าสัววิชัย” เสียชีวิตจากเหตุ ฮ.ตก

>> ยืนยัน “รัก วรมาศ” ลูกสาวเจ้าสัววิชัย ไม่ได้อยู่บนเฮลิคอปเตอร์ที่ตก

ประวัติ นายวิชัย ศรีวัฒนประภา หรือ เจ้าสัววิชัย

เกิดวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2501 เป็นบุตรของนายวิวัฒน์ รักศรีอักษร (ชื่อเดิม: ซื้อ หลี่เม้ง) กับนางประภาศร รักศรีอักษร

แต่เดิม เจ้าสัววิชัย นามสกุล “รักศรีอักษร” ซึ่งต่อมา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อสกุล “ศรีวัฒนประภา” ให้เมื่อวันที่ 21 พ.ย. 55 เพื่อเป็นสิริมงคลแก่วงศ์ตระกูล

ทั้งนี้ นายวิชัย ศรีวัฒนประภา จบการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมศึกษาวูดลอว์น สหรัฐอเมริกา และศิลปศาสตรบัณฑิต สาขารัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง และคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยนอร์ททอร์ป สหรัฐอเมริกา

ด้านชีวิตครอบครัว นายวิชัยสมรสกับนางเอมอร มีบุตรทั้งหมด 4 คน นางสาววรมาศ ศรีวัฒนประภา, นายอภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภา, นางสาวอรุณรุ่ง ศรีวัฒนประภา และ นายอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ซึ่งทำหน้าที่เป็นรองประธานสโมสร เลสเตอร์ ซิตี้ และมีส่วนช่วยในการบริหารทีมฟุตบอลจนก้าวสู่ตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีก เมื่อปี 2015–2016

ด้านการทำงาน นายวิชัย ศรีวัฒนประภา เป็นนักธุรกิจชาวไทยที่มีผลงานการบริหารธุรกิจมามากมาย เคยทำงานด้านธุรกิจต่างๆ ทั้งกิจการของตนเองและร่วมบริหาร เช่น บริษัท ศรีอักษร (1980) จำกัด, กรรมการบริษัท ไทยนิชิกาวา อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูโรป้าปริ๊นซ์ จำกัด (มหาชน), กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดาวน์ทาวน์ ดี.เอฟ.เอส.(ไทยแลนด์) จำกัด และ กรรมการบริษัท ยูโรป้าปริ๊นซ์ (ประเทศไทย) จำกัด

ปัจจุบัน เจ้าสัววิชัย เป็นประธานกรรมการ กลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ และมีสถานะทางสังคมเป็น นายกสมาคมขี่ม้าโปโลแห่งประเทศไทย และประธานสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ โดยเข้าไปซื้อกิจการในปี พ.ศ. 2553 ซึ่งช่วงแรกถือหุ้น 51% ก่อนที่ในปีเดียวกันได้เข้าถือหุ้นเพิ่มเป็น 100% มูลค่าการซื้อขายทั้งหมดอยู่ที่ราว 40 ล้านปอนด์ และในปี พ.ศ. 2554 ก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานสโมสรอย่างเต็มตัว

ทั้งนี้ นิตยสารฟอร์บส ระบุว่า ในปี 2560 นายวิชัย ศรีวัฒนประภา เป็นมหาเศรษฐีที่มีทรัพย์สินมากที่สุดเป็นอันดับ 4 ของประเทศไทย โดยมีทรัพย์สินทั้งหมด 4,700 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 155,000 ล้านบาท

เนื่องด้วยมีผู้ที่เคารพรัก นายวิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ และมีความประสงค์เข้าร่วมพิธีสวดอภิธรรมและเคารพศพ เพื่อแสดงความไว้อาลัยเป็นจำนวนมาก แต่ด้วยข้อจำกัดเรื่องสถานที่ กลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ จึงเปิดให้ผู้ที่มีความประสงค์ดังกล่าวเข้าร่วมงานได้ ระหว่างวันที่ 5-8 พฤศจิกายน 2561 ระหว่างเวลา 11.00 – 16.00 น. และเวลาหลังพิธีสวดอภิธรรม ระหว่างเวลา 20.30 – 23.00 น. และในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 ระหว่างเวลา 11.00 – 16.00 น. ณ ศาลากวีนิรมิตร วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้ ขอความร่วมมืองดพวงหรีด โดยสามารถร่วมบำเพ็ญกุศล สมทบทุนเพื่ออาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา ศิริราชมูลนิธิ โรงพยาบาลศิริราช

เมื่อวันที่ 3 พ.ย. ที่วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร ถนนกรุงเกษม แขวงวัดเทพศิรินทร์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ ในงานสวดพระอภิธรรม นายวิชัย ศรีวัฒนประภา ผู้ก่อตั้งบริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จํากัด และประธานสโมสรฟุตบอล เลสเตอร์ ซิตี้

โดยภายในวัดเจ้าหน้าที่ได้มีการจัดเตรียมปูพรมสีน้ำเงินเป็นทางยาว ภายในงานได้มีการจัดดอกไม้ประดับ ส่วนใหญ่เป็นกล้วยไม้สีขาว ดอกกุหลาบ ดอกคาร์เนชั่นสีน้ำเงินบริเวณทางเข้า โดยจัดไว้อย่างประณีตสวยงาม ทอดยาวไปจนถึงบริเวณศาลา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 3 พ.ย. บรรยากาศภายใน พิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ นายวิชัย ศรีวัฒนประภา ผู้ก่อตั้งบริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จํากัด และประธานสโมสรฟุตบอล เลสเตอร์ ซิตี้ จัดขึ้นอย่างเรียบหรู และ สวยงาม

ด้านในศาลา ปูพรมสีน้ำเงินเป็นทางยาว ภายในงานได้มีการจัดดอกไม้ประดับ ส่วนใหญ่เป็นกล้วยไม้สีขาว ดอกกุหลาบ ดอกคาร์เนชั่นสีน้ำเงินที่ทางเข้าจัด อย่าประณีตสวยงาม ยาวไปจนถึงศาลา

โดย ด้านข้างโลงศพของ เจ้าสัววิชัย มีการสลักคำว่า The possible man ซึ่งมีความหมายว่า ไม่มีอะไรที่ชายคนนี้ทำไม่ได้ คาดว่าอาจจะเป็นคำนิยาม ที่หลายคนนั้นมอบให้กับเจ้าสัววิชัย เนื่องจากเจ้าสัวเป็นคนก่อตั้งบริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จํากัด บริการให้ก้าวไกล เป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก

นอกจากนั้น เจ้าสัววิชัย ยังตัดสินซื้อ สโมสรฟุตบอล เลสเตอร์ ซิตี้ มีการบริหาร และ ทุ่มเท ทำให้ เลสเตอร์ ได้แชมป์พรีเมียร์ลีก และได้ไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อปี 2015-2016 และอีกมากมายที่ชื่อเสียงเจ้าสัววิชัย ได้ทำไว้ เจ้าสัวจึงกลายเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก

ufabet

ข่าวอื่น….

Categories
ข่าว ข่าวกีฬา

บิ๊กอ๊อด พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง เผย

ข่าวคุณวิชัย บิ๊กอ๊อด พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เผย อเล็กซานเดอร์ กามา กุนซือบราซิเลีย เซ็นคุมเยาวชน 23 ปีไทย แค่ 1 ปี ชี้ให้ผลงานพิสูจน์ตัวเอง แอบหวังเห็นเด็กไทยในฟุตบอลโอลิมปิก 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

ข่าวคุณวิชัย วันที่ 5 พ.ย. ที่ห้องประชุม สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ ให้โอวาทแก่ นักฟุตบอลชายทีมชาติไทย ชุดปรีโอลิมปิก ก่อนเก็บตัว และเดินทางไปแข่งขันฟุตบอลรายการสี่เส้า ที่เมืองหวานโจว ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 12-20 พ.ย.

การรายงานตัวครั้งนี้ นักฟุตบอลทั้งหมดต่างเดินทางมารายงานตัวกันครบ นำโดย วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ,เอกนิษฐ์ ปัญญา โดยผู้เล่นทั้งหมด 8 คนคือ ชินภัทร์ ลีเอาะ, กรวิชญ์ ทะสา, ธัญพิสิษฐ์ คุขะละโม, จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์, สรวิทย์ พานทอง และ ศิริมงคล จิตบรรจง จะตามมาสมทบเย็นวันนี้ ส่วน อภิสิทธิ์ โสรฎา และ ณัฐวุฒิ สุขสุ่ม ที่ติดภารกิจส่วนตัวจะตามมาสมทบในวันถัดไป

“บิ๊กอ๊อด” กล่าวว่า “สมาคมกีฬาฟุตบอล  แห่งประเทศไทยฯ ได้บรรลุข้อตกลงกับโค้ช อเล็กซานเดอร์ กามา และทีมงาน โดยสมาคมมอบหน้าที่โค้ชทีมชาติไทย ยู-23 ให้ กามา เป็นผู้รับผิดชอบ เรามีข้อตกลง  กันว่าในช่วงเวลานี้ โค้ชกามา จะต้องทำหน้าที่เป็นโค้ช และที่สำคัญ  จะต้องพาทีมชาติไทย ไปสู่การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ที่ประเทศญี่ปุ่น”

“ซึ่งจากการพูดคุย กามาเองมีความประสงค์ที่อยากจะมาคุมทีมชาติ และมีความมุ่งมั่นตั้งใจ ที่จะพาทีมชาติไทยชุดยู-23 ไปแข่งขันโอลิมปิกที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถือว่าสมาคมและโค้ชกามา ได้ตกลงข้อเสนอแนะต่างๆ เงื่อนไขต่างๆ เป็นที่เรียบร้อย สัญญาในเบื้องต้น ทางกามา ต้องการสัญญาแค่ปีเดียว เพราะเขาต้องการพิสูจน์ผลงานก่อน ถ้าเขาสามารถ  สร้างผลงานได้ดี จะมีการเจรจาต่อสัญญา ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ที่สมาคม  ไม่ต้องผูกมัด เช่นเดียวกับ กามา และเป็นความเห็น  ชอบของทั้งสองฝ่ายจะได้ไม่อึดอัด ถ้าสิ่งที่ตกลงกันไว้ไม่เป็นไปตามต้องการ”

“ผมพูดเสมอว่าการแข่งขันฟุตบอลเป็นความคาดหวังของแฟนบอลชาวไทย ที่อยากจะเห็นผลงานทีมฟุตบอลทีมชาติไทย แม้ว่าจะเดินทางไปประเทศจีน จะเป็นการแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตร แต่คนไทยต้องการเห็นผลงานที่ดี หรือทีมที่มีศักยภาพภายใต้การนำพาของโค้ชกามา หรือเห็นการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น”

“เพราะแฟนบอลชาวไทย ดูบอลเป็น บอลแพ้ไม่เป็นไร แต่ถ้าทรงบอล วิธีการเล่น เทคนิคการเล่น   เป็นที่ยอมรับ แฟนบอลชาวไทยจะรับได้ในสิ่งที่เกิดขึ้น ถึงแม้ว่า   การเตรียมทีมครั้งนี้ จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ และต้องรีบเดินทางไป แต่โค้ชกามาอยู่   ในประเทศไทย เป็นระยะเวลานาน รู้จักนักฟุตบอลไทยเป็นอย่างดี และรู้ว่ามีความสามารถมากน้อยแค่ไหน”

“การประเมินผลงานกามา ขึ้นอยู่กับการได้ไปญี่ปุ่น ส่วนเรื่องโค้ชไทยที่จะมาเป็นผู้ช่วย เรายังไม่ได้สรุป ต้องมีการเลือกกันอีกครั้ง ส่วนนักกีฬาที่ปฏิเสธ อยู่ที่โค้ชกามา เขาบอกว่าน่าเสียดาย ที่นักกีฬาบางคนปฏิเสธการทำหน้าที่ในฐานะทีมชาติไทย  อาจจะเป็นเรื่องที่เขาซึ่งเป็นโค้ชต่างชาติ และมีความมืออาชีพเลยผิดหวัง”

ด้าน กามา กล่าวว่า “ผมรู้สึกทะเยอะทะยาน และมุ่งมั่นที่จะทำในสิ่งนี้ แม้ผมจะเป็นผู้ช่วยโค้ชทีมชาติเกาหลีมาแล้ว หรือคุมทีมที่กาตาร์ และประสบความสำเร็จกับสโมสรในไทย แต่การคุมเด็กชุดนี้ถือเป็นอีกความท้าทาย ที่ผมอยากเอาแนวทางและความทะเยอทะยานมาสร้างความมั่นใจให้กับนักกีฬาเหล่านี้ ว่าเราสามารถสร้างความสำเร็จอะไรบางอย่างด้วยกันได้”

“ก่อนอื่นผมขอปฏิเสธว่าผมไม่ได้คุยกับสมาคมมาเป็นระยะเวลานาน เพราะผมเพิ่งสัมภาษณ์กับสมาคมได้เพียงครั้งเดียว และสมาคมเพิ่งตัดสินใจเลือกผม หลังจากที่การแข่งขันฟุตบอลช้าง เอฟเอ คัพ จบ หลังจากนั้นเพิ่งเซ็นสัญญากับสมาคม”

“สิ่งแรกที่ผมจะปรับกับนักเตะเหล่านี้ก็คือเรื่องทัศนคติ ความกระหายในชัยชนะ ซึ่งเป็นแนวทางที่ผมทำมาตลอด ผมอยากสร้างความภูมิใจว่า เมื่อคุณติดทีมชาติแล้ว ขอให้ทุกคนภูมิใจและทำมันให้เต็มที่ และผมจะผลักดันเด็กเหล่านี้ด้วยแนวทางที่ผมทำไป”

“ส่วนนักเตะที่ปฏิเสธการติดทีมชาติ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร ผมขอคุยกับเขาเป็นการส่วนตัวก่อน แต่ในความคิดของผมคือผมมาจากบราซิล ถ้าเป็นนักฟุตบอลบราซิลจะไม่มีใครปฏิเสธ เพราะการติดทีมชาติคือความฝันสูงสุด”

ลตำรวจเอก สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง หรือ พลตำรวจเอก ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง มีชื่อเล่นชื่อ อ๊อด สื่อมวลชนมักเรียกท่านว่า บิ๊กอ๊อด เกิดเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2497 ที่ อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นบุตร นางสมบัติ พุ่มพันธุ์ม่วง[2] จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นที่ โรงเรียนท่าเรือนิตยานุกูล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเข้าศึกษาต่อใน รุ่น 15 (ตท.15) ก่อนจะเข้าศึกษาต่อที่ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่น 31 (นรต.31) จบปริญญาตรีสาขา นิติศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง จบปริญญาโท รัฐศาสตร์การเมือง มหาวิทยาลัยปูนา จากอินเดีย จบปริญาเอกปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาการบริหารงานยุติธรรมและสังคม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เขามีน้องชาย 1 คน ชื่อ พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ปัจจุบันเป็นผกก.5 บก.ป.

พลตำรวจเอก ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง เป็นอดีตนายตำรวจติดตาม มนตรี พงษ์พานิช ซึ่งต่อมาได้แนะนำให้เขารู้จักกับ เนวิน ชิดชอบ จนได้รับการสนับสนุนทางการเมือง[3]เขายังเป็นลูกน้อง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ และเพื่อนร่วมงาน พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ เขายังมีความสัมพันธ์อันดีกับ นิพนธ์ พร้อมพันธุ์ และ วิชัย ศรีวัฒนประภา ผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัท ภูผาธารา เขาใหญ่ จำกัด และ บริษัท เลอ โวเทล เขาใหญ่ จำกัด[4]

ชีวิตครอบครัว สมรสกับพจมาน พุ่มพันธุ์ม่วง มีบุตรด้วยกัน 2 คน ได้แก่ ชมกมล พุ่มพันธุ์ม่วง และ ร้อยตำรวจโท รชต พุ่มพันธุ์ม่วง

โดย นางสาว ชมกมล พุ่มพันธุ์ม่วง เป็นกรรมการ บริษัท ภูผาธารา เขาใหญ่ จำกัด และ กรรมการ บริษัท เลอ โวเทล เขาใหญ่ จำกัด

 

ufabet

อ่านข่าวอื่น…

Categories
ข่าวกีฬา

คล็อปป์เผยเรื่องที่ไม่ปลื้มเกมเจ๊าอาร์เซน่อล

เเทงบอลufabet เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล ไม่แฮปปี้กับเกมรับของทีมช่วงครึ่งแรกในแมตช์บุกเจ๊า อาร์เซน่อล 1-1 แต่โอเคกับการได้หนึ่งแต้มกลับออกจาก เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม

เเทงบอลufabet เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล เผยว่า รู้สึกไม่พอใจกับฟอร์มการเล่นเกมรับช่วงครึ่งแรกของทีม ในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ “หงส์แดง” บุกไปเสมอ อาร์เซน่อล 1-1 เมื่อวันเสาร์ที่ 3 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

ช่วงครึ่งแรก อาร์เซน่อล มีโอกาสได้ประตูหลายครั้ง แต่ ลิเวอร์พูล ก็ยันเอาไว้ได้ และกลายเป็นฝ่ายขึ้นนำก่อนในนาทีที่ 61 จาก เจมส์ มิลเนอร์ แต่สุดท้าย “ไอ้ปืนใหญ่” มาได้ประตูตีเสมอในนาทีที่ 82 จาก อเลซ็องดร์ ลากาแซ็ตต์ แม้เกมนี้ “หงส์แดง” เสียแค่ประตูเดียว แต่ดูเหมือน คล็อปป์ ไม่ค่อยจะปลื้มนัก

ufabet369

บางส่วนในทีมอาจยังไม่ลงตัว แต่ผลลัพธ์ก็พิสูจน์ถึงความสามารถของเอเมอรี่แล้ว และทีมของเขาเกือบคว้าชัยในลีก 8 นัดติด ถ้าคริสตัล พาเลซ ไม่ได้ลูกตีเสมอจาก ลูก้า มิลิโวเยวิช ซะก่อน ถึงจะเป็นแบบนั้น แต่ปืนใหญ่ก็ชนะติดต่อกัน 11 จาก 12 นัดในทุกรายการเลย

 

“ผมไม่แฮปปี้กับวิธีการเล่นเกมรับของเราในช่วงครึ่งแรก นั่นไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ แต่เราก็ทำได้ดีในการเล่นสวนกลับ เรารับได้กับการได้หนึ่งแต้ม การได้แต้มที่บ้าน อาร์เซน่อล ถือเป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้ว แต่เราก็น่าจะชนะได้ เรามีโอกาสไม่น้อย แต่พวกเขาก็มีโอกาสเช่นกัน” ยอดกุนซือชาวเยอรมันวัย 51 ปี กล่าว

อย่างไรก็ตาม ผลเจ๊าเกมนี้ทำให้ ลิเวอร์พูล แซง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นรั้งตำแหน่งจ่าฝูงแบบเดี่ยวๆ ชั่วคราว ด้วยการมี 27 แต้ม จาก 11 นัด

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล เผยว่าเขารู้สึกพอใจแล้วกับผลเสมอ อาร์เซน่อล 1-1 แม้จะรู้สึกเสียดายหน่อยๆ ที่เล่นกันไม่เหนียวแน่นพอช่วงท้ายเกมก็ตาม

“แต้มเดียวก็ถือว่าเป็นผลการแข่งขันที่ดีแล้ว อูไน เอเมรี่ ก็น่าจะพูดในแบบเดียวกัน แต่ว่าเราก็มีโอกาสที่ชัดเจนหลายครั้ง เมื่อ อาร์เซน่อล ต้องการคืนสู่เกม พวกเขาก็ส่งทุกคนลงมาในสนาม ซึ่งเป็นเรื่องที่เยี่ยมมาก ขณะที่เราก็เล่นกันได้ไม่เหนียวแน่นอย่างที่ผมต้องการ” คล็อปป์ กล่าว

“เหล่านักเตะประเภทม้างานในแผงมิดฟิลด์ เรามอบภาระหน้าที่ให้กับพวกเขาหนักเกินไปหน่อย และมันก็มีครั้งที่เราประกบ อเล็กซ์ อิโวบี้ ไม่ใกล้พอ เขาจึงได้โอกาสจ่ายบอลจนเป็นที่มาของประตู”

เอเมอรี่นั้นเชี่ยวชาญในการผสมนักเตะที่มีอยู่ในทีมได้อย่างลงตัว โดยเขาใช้แผน 4-2-3-1 อย่างที่เคยใช้กับเซบีย่า และ บาเลนเซีย มาใช้กับปืนใหญ่ รวมถึงให้นักเตะอย่าง เฮนริค มติตาร์ยาน, ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยอง, เมซุต โอซิล, อเล็กซ์ อิโวบี้ และ แดนนี่ เวลเบ็ค เน้นโจมตีคู่แข่งจากตรงกลางด้วย

แม้เขาจะช่วยฟื้นฟูฟอร์มของทีมให้ดีขึ้นอย่างมาก แต่การที่อาร์เซน่อลต้องเจอกับทีมที่มีแผนการเล่นไม่เหมือนใครที่สุดในฟุตบอลอังกฤษอย่างลิเวอร์พูลในวันเสาร์นี้ จะทำใหเราสงสัยว่าเอเมอรี่พบแผนการเล่นที่เหมาะสมกับทีมจริงๆหรือยัง

การเจาะทางริมเส้น

แผน 4-3-3 ของ เจอร์เก้น คล็อปป์ นั้นไม่เหมือนใคร เป็ป กวาร์ดิโอล่า เคยหล่นวาทะนี้เมื่อ 2 ปีก่อนว่า “ไม่มีทีมไหนบนโลกนี้ที่จะโจมตีในกรอบเขตโทษด้วยผู้เล่นมากมายขนาดนั้น”

ซึ่งมันเป็นแบบนี้ก่อนหน้าที่โมฮาเหม็ด ซาลาห์จะเข้ามาซะอีก แต่หลักการของเขายังคงเดิม ทั้งกองกลางและกองหน้าทั้งสามจะเข้ามาเล่นในกรอบเขตโทษ และฟูลแบ็คที่เติมเกมรุกในแดนหน้า อย่างเช่นเฮคตอร์ เบเยริน ของเอเมอรี่

แต่ลองนึกถึงผู้เล่นอาร์เซน่อลที่ลักษณะคล้ายกับของลิเวอร์พูล แต่ไม่มีใครต้องโยกไปเล่นเป็นปีกริมเส้น แต่เน้นเจาะตรงกลางซึ่งได้ผลมากกว่า

image: https://images.cdn.fourfourtwo.com/sites/fourfourtwo.com/files/styles/inline-image/public/lacazette_goal.jpg?itok=toV9Ecr4

โอบาเมยองโชว์ฟอร์มอย่างยอดเยี่ยมในฝั่งซ้าย รวมถึงสามารถใช้ความเร็วเพื่อตัดเข้าในได้ และนั่นดูจะเป็นตำแหน่งที่เหมาะสมกับเขา รวมไปถึงอเล็กซองด์ ลากาแซตต์ ที่ไม่ต้องแสแสร้งแกล้งทำเป็นผู้เล่นริมเส้น

บอลในแบบของคล็อปป์ ทำให้นายใหญ่ชาวฝรั่งเศสจัดการกับซาลาห์ทางฝั่งขวาได้อย่างชัดเจน แต่ก็ใช่ว่าจะแบบนั้นเสมอไป เพราะซาลาห์ก็สามารถหาช่องว่างระหว่างกองหลังและฟูลแบ็คเข้าไปได้อยู่เหมือนกัน

หน้าที่ใหม่ของเมซุต?

สำหรับโรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ลองดูเมซุต โอซิล? ถึงแม้ว่านักเตะที่ค่าแพงที่สุดในอาร์เซน่อลจะไม่สามารถเล่นแบบฟีร์มีโน่ได้ แต่เขาก็ไม่จำเป็นต้องวิ่งไล่บี้คู่แข่งซักหน่อย

โอซิลฉายแววกับบทบาทฟอลส์ไนน์กับทีมชาติเยอรมัน ทำให้เขาเป็นกองกลางที่เล่นคล้ายผู้เล่นเบอร์ 10 ซึ่งปล่อยให้เพื่อนร่วมทีมวิ่งขึ้นหน้าทำทางไป ส่วนมคิตาร์ยานผู้โชคร้าย ก็กลายเป็นตัวสำรองไป แม้จะดูแปลกๆซักหน่อย แต่เขาก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของทีมเช่นกัน

image: https://images.cdn.fourfourtwo.com/sites/fourfourtwo.com/files/styles/inline-image/public/ozil_arse.jpg?itok=RiSbLKyx

ตั้งแต่ อาร์รอน แรมซี่ย์โดดเด่นขึ้นมาในปี 2013-14 ทำให้เขาและโอซิลต้องแย่งตำแหน่งกันในแดนกลาง ซึ่งนี่อาจจะอธิบายการปฏิเสธสัญญาของนักเตะชาวเวลส์ได้ดีเลย แต่แผน 4-3-3 แบบไม่ห่างมาก อาจจะเป็นคำตอบที่เหมาะสมก็ได้

บ่อยครั้งที่ทีมของคล็อปป์มักจะมีฟอร์มขึ้นๆลงๆ หนึ่งในนั้นคือนักเตะเบอร์ 8 ของทีม ทั้งอดัม ลัลลาน่า, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ และ อเล็กซ์ อ็อกเล็ด แชมเบอร์เลน ขณะที่ในอนาคตอาจรวมถึง นาบี เกอิต้า ด้วย ซึ่งตำแหน่งนี้จะบุกขึ้นหน้า กลายเป็นแนวรุกตัวที่ 4 และต้องทำประตูให้ทีมได้ด้วย และบังเอิญมากๆที่ตำแหน่งนี้เหมาะกับแรมซี่ย์มากๆเลย เพราะลิเวอร์พูลมีกองกลางที่  เก็บกวาดในเกมรับถึง 2 คน และทำเกมขึ้นหน้าด้วยความเร็วสูงด้วย

เพิ่มความเร็วของเกม

แน่นอนว่าสิ่งที่เอเมอรี่ทำ สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบของคล็อปป์  ในช่วงแรกที่แอนฟิลด์ นั่นก็คือ การเพิ่มความเร็วในการทำเกม อาร์เซน่อลมีสถิติการวิ่งและระยะทางอยู่ในอันดับต้นๆ ซึ่งลิเวอร์พูลของกุนซือร่างยักษ์ก็เคยเป็นแบบนั้นเช่นกัน และนี่แสดงให้เห็นถึงความคิดที่คล้ายๆกัน ทั้งคู่ชอบดันแผงหลังสูงและก็ชอบเพรสกดดันคู่แข่งด้วย

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตามที่สนามเอมิเรสต์ สเตเดี้ยม ในวันเสาร์นี้ ลิเวอร์พูลนั้นเหนือกว่าอาร์เซน่อลในด้านการสร้างทีมขึ้นมาใหม่อย่างปฏิเสธไม่ได้ แต่อย่างน้อยการเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยมของเอเมอรี่ น่าจะทำให้  ผู้มาเยือนและแฟนบอลบางกลุ่มสงสัยว่าจะเกิดอะไรขึ้นในเกมนั้น

ในแง่การจัดการทีม คล็อปป์อาจจะสู้กุนซือปืนใหญ่ที่เล่นเกมรุก, เชื่อใจเหล่านักเตะดาวรุ่ง และ ใช้สอยงบประมาณได้อย่างดีไม่ได้ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ เอเมอรี่ไม่ใช่ตัวเต็งที่จะเขามาสืบทอดเก้าอี้ต่อจาก อาร์เซน เวนเกอร์ด้วยซ้ำ

เป็นเวลากว่า 3 ปีแล้วตั้งแต่คล็อปเข้ามารับงานที่ลิเวอร์พูล เขาก็ค่อยๆปรับทีมให้เขากับระบบของตัวเอง เสริมนักเตะที่เข้ากับระบบและเติมเต็มส่วนที่ขาด ซึ่งเป็นการซื้อผู้เล่นที่จำเป็นจริงๆ ไม่ใช้การซื้อแบบตามกระแสด้วย

แต่กุนซือหัวทองก็ยังคงต้องให้ผู้เล่นบางคนปรับตัวให้ได้ก่อน ผู้เล่นหน้าใหม่อย่าง แชมเบอร์เลนและฟาบินโญ่ยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าพวกเขาต้องคุ้นเคยกับการเล่นของทีมก่อนถึงจะลงเล่นเป็นตัวจริงได้ แต่ในขณะเดียวกัน เอเมอรี่ได้ก็ประสบความสำเร็จในการวางแผนระยะสั้น ซึ่งผลลัพธ์ที่แสดงออกมานั้นสม่ำเสมอและน่าทึ่งขนาดไหน

อย่างไรก็ตาม เอเมอรี่ก็ทำทีมในแบบฉบับของเขา และบางทีก็คงไม่มีใครเลียนแบบคล็อปป์ได้ แต่ทว่าด้วยความไม่สมดุลของอาร์เซน่อล อาจจะทำให้เอเมอรี่หยิบยกแนวคิดของคล็อปป์มาใช้บ้างก็ไม่เห็นจะเสียหายตรงไหนเช่นกัน

จากผลเสมอเกมนี้ทำให้ ลิเวอร์พูล ขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูง พรีเมียร์ ลีก แบบเดี่ยวๆ เป็นการชั่วคราว โดยมีคะแนนนำหน้า แมนฯ ซิตี้ 1 แต้ม ขณะที่ทีมเรือใบสีฟ้าจะมีโปรแกรมลงสนามในวันอาทิตย์

UFABET369

https://microsym.com

Categories
ข่าวกีฬา

จบแล้ว!อนาคตสเตอร์ลิงกับแมนฯซิตี้ลงเอยแบบนี้?!

“ufabet เว็บแทงบอลออนไลน์ดีที่สุด” ลงเอยด้วยดีหรือป่าว?! สื่อผู้ดีตีข่าวใหญ่ ราฮีม สเตอร์ลิง ดาวเตะตัวจี๊ด “สิงโตคำราม” ฟันธงอนาคตตัวเองกับ “เรือใบสีฟ้า” เอาไว้แล้วโดยละม่อม หลังคาราคาซังเพราะตกลงค่าแรงกันไม่ได้มานานหลายเดือนเต็มทีแล้ว!

ufabet369

ufabet เว็บแทงบอลออนไลน์ดีที่สุด” ราฮีม สเตอร์ลิง ปีก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตกเป็นข่าวว่าตอบตกลงด้วยวาจาสำหรับการต่อสัญญาค้าแข้งกับต้นสังกัดออกไปอีก 5 ปีไปแล้ว

ภายหลังมีกระแสร้อนแรงในทำนองว่าการเจรจาเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมามาถึงจุดที่ไปต่อไม่ได้ เพราะ “เรือใบสีฟ้า” ไม่ประสงค์จะมอบค่าเหนื่อยให้เจ้าตัวในระดับเดียวกับนักเตะชั้นนำที่ได้รับในอัตราสูงสุดของสโมสร

ufabet369

ณ เวลานี้ดาวเตะทีมชาติอังกฤษได้ค่าตอบแทนสัปดาห์ละ 175,000 ปอนด์ (ประมาณ 7.35 ล้านบาท) ในขณะที่เหลือสัญญาอีก 2 ปี ท่ามกลางความหวั่นเกรงว่าเจ้าตัวจะย้ายหนีตีจากหากล้มเหลวที่จะขยายเวลาค้าแข้ง

โดย แมนฯ ซิตี้ เสนอขึ้นค่าเหนื่อยให้ราวๆ สัปดาห์ละ 200,000 ปอนด์ (ประมาณ 8.4 ล้านบาท) พร้อมเงื่อนไขได้เงินโบนัสเพิ่มเติมได้อีกตามความสำเร็จรายปี แต่กลับกลายเป็นว่าไม่สอดคล้องต้องกันกับข้อเรียกร้องของ สเตอร์ลิง อย่างไม่คาดฝัน

อย่างไรก็ตาม สกาย สปอร์ตส์ สื่อกีฬาดังเมืองผู้ดี ตีข่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ว่าล่าสุดอดีตแข้งดัง ลิเวอร์พูล ตกปากรับคำสัญญาฉบับใหม่ไปแล้ว และจะจรดปากกาลงนามในเอกสารสัญญาดังกล่าวในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้ต่อไปโดยละม่อม

ราฮีม ชาควิลล์ สเตอร์ลิง (Raheem Shaquille Sterling) นักฟุตบอลอาชีพชาวอังกฤษ เกิดเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ค.ศ. 1994 ในกรุงคิงส์ตันประเทศจาเมกา ปัจจุบันสังกัดกับแมนเชสเตอร์ซิตี ในพรีเมียร์ลีก ประเทศอังกฤษ

สเตอร์ลิงสร้างชื่อเสียงมากับลิเวอร์พูล โดยได้ลงเล่นเป็นตัวจริงกับลิเวอร์พูล ในปี ค.ศ. 2012 นัดที่เจอกับ วีแกนแอธเลติก โดยเล่นในตำแหน่งปีกซ้าย ด้วยอายุเพียงแค่ 17 ปี

วันที่ 24 มีนาคม ค.ศ. 2012 สเตอร์ลิง ลงเล่นให้กับ ลิเวอร์พูล ทีมชุดใหญ่ครั้งแรก โดยถูกเปลี่ยนตัวลงสนาม ในนัดที่เปิดสนามแอนฟีลด์เจอกับ วีแกนแอธเลติก ซึ่งลงสนามในวัย 17 ปี กับอีก 107 วัน

ต่อมา สเตอร์ลิง ลงเล่นให้กับ ลิเวอร์พูล เป็นนัดที่ 2 โดยถูกเปลี่ยนตัวลงสนาม ในนัดที่แพ้ให้กับ ฟูลัม 0-1[1] ต่อมา สเตอร์ลิง ลงเล่นให้กับ ลิเวอร์พูล เป็นนัดที่ 3 โดยถูกเปลี่ยนตัวลงสนาม ในนัดที่ถล่ม เชลซี 4-1[2]

ฤดูกาล 2012-13[แก้]

สเตอร์ลิง ลงเล่นให้กับ ลิเวอร์พูล ในนัดที่เจอกับ โกเมล ในปี 2012

ในเดือนสิงหาคม 2012 สเตอร์ลิง ได้ลงสนามในเกมยุโรปเป็นนัดแรก โดยลงมาเป็นตัวสำรองแทน โจ โคล ในยูฟ่ายูโรปาลีก รอบคัดเลือก ในนัดที่เอาชนะ โกเมล 1-0

ต่อมา ในวันที่ 26 สิงหาคม ค.ศ. 2012 พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2012–13 สเตอร์ลิง ได้ลงสนามเป็นตัวจริงใน ศึกบิ๊กแมตช์ กับ แมนเชสเตอร์ซิตี โดย สเตอร์ลิง โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมและติดทีมยอดเยี่ยมประจำสัปดาห์[3]

หลังจากนั้น สเตอร์ลิง ก็ได้ลงสนามเป็นตัวจริงอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่ง สเตอร์ลิง ก็ทำประตูแรกให้กับ ลิเวอร์พูล ในนัดที่เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ เรดดิง 1-0[4]

ต่อมา ในวันที่ 21 ธันวาคม ค.ศ. 2012 สเตอร์ลิง ได้ตัดสินใจต่อสัญญากับ ลิเวอร์พูล ต่อมา ในวันที่ 2 มกราคม ค.ศ. 2013 สเตอร์ลิง ก็ทำประตูที่ 2 ให้กับ ลิเวอร์พูล ในนัดที่เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ ซันเดอร์แลนด์ 3-0[5]

จบฤดูกาล สเตอร์ลิง ยิงประตูในพรีเมียร์ลีกได้ 2 ประตูจาก 24 นัด

ฤดูกาล 2013-14[แก้]

สเตอร์ลิง (ซ้าย) ลงซ้อมที่ แอนฟีลด์ร่วมกับ ฟีลีปี โกชิญญู‎ (กลาง) และ โคเซ เอนรีเก ซานเชซ (ขวา)

ในลีกคัพ รอบ 2 สเตอร์ลิง ได้ทำประตูแรกให้ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ นอตส์เคาน์ตี ในช่วงต่อเวลาพิเศษ 4-2 ต่อมา ในวันที่ 4 ธันวาคม ค.ศ. 2013 สเตอร์ลิง ได้ทำประตูแรกในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ นอริชซิตี 5-1

ต่อมา ในวันที่ 15 ธันวาคม ค.ศ. 2013 สเตอร์ลิง ได้ทำประตูที่ 2 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ ทอตนัมฮอตสเปอร์ ที่ไวต์ฮาร์ตเลน 5-0[6] [7] ต่อมา ในวันที่ 21 ธันวาคม ค.ศ. 2013 สเตอร์ลิง ได้ทำประตูที่ 3 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ คาร์ดิฟฟ์ซิตี 3-1[8] [9]

ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2014 สเตอร์ลิง ได้ทำ 2 ประตู ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ อาร์เซนอล 5-1[10] [11] ต่อมา ในวันที่ 1 มีนาคม ค.ศ. 2014 สเตอร์ลิง ลงมาเป็นตัวสำรองและได้ทำประตูที่ 6 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ เซาแทมป์ตัน ที่เซนต์แมรีส์สเตเดียม 3-0[12] [13]

ต่อมา ในวันที่ 13 เมษายน ค.ศ. 2014 สเตอร์ลิง ได้ทำประตูให้ ลิเวอร์พูล ขึ้นนำ แมนเชสเตอร์ซิตี 1-0 ก่อนที่ ลิเวอร์พูล จะชนะไป 3-2 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ขึ้นนำจ่าฝูงและลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกต่อไป[14] [15]

ต่อมา ในวันที่ 20 เมษายน ค.ศ. 2014 สเตอร์ลิง ได้ทำ 2 ประตู และจ่ายให้เพื่อนยิง 1 ประตู ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ นอริชซิตี ที่แคร์โรว์โรด 3-2

ต่อมา สเตอร์ลิง ได้ติด 1 ใน 6 เข้าชิงรางวัลนักฟุตบอลดาวรุ่งยอดเยี่ยมของพีเอฟเอ ในวันที่ 6 พฤษภาคม ค.ศ. 2014 สเตอร์ลิง คว้ารางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปี จากการโหวตของแฟนๆ จากงานประกาศรางวัล Players’ Awards Dinner ปี 2014 โดยงานประกาศรางวัลจัดขึ้นที่ ศูนย์ประชุม Liverpool ACC Conference Centre[16]

จบฤดูกาล สเตอร์ลิง ยิงประตูในพรีเมียร์ลีกได้ 9 ประตูจาก 33 นัด และยิงได้ทั้งหมด 10 ประตู จาก 38 นัด รวมทุกรายการ ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ได้อันดับ 2 ทำให้ ลิเวอร์พูล ได้กลับไปเล่นยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก นับตั้งแต่ในปี 2009

ufabet เว็บแทงบอลออนไลน์ดีที่สุด ufabet369 สมัครเลย Line @ufa369v2

Read More…